ูลเหลียวของพวกเราด้วย”พร้อมกันนั้น เธอก็ไม่สนใจผู้ใส่สูทสีขาวนี้อีก สุภาพบุรุษผู้แต่งตัวอย่างโอ่อ่า จงเหลียงกัว ผู้ที่ตอนนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ต่างออกไป“ฮึ!” จงเหลียงกัวรู้ดีกว่าการตอบโต้คำพูดกลับไป เขาวิ่งหนีไปพร้อมกับหางที่หว่างขาหยูลู่กลับไปที่ด้านข้างของเหลียวชาชา และจับมือที่ตอนนี้เริ่มเย็นของเธอ“ทำยังไงดี แล้วแสงที่นายฉายไปที่เธอเมื่อกี้นี้คืออะไร? ทำไมเธอถึงเป็นแบบนี้?” หยูลู่ไม่รู้อะไรเลยว่าเมื่อกี้นี้เกิดอะไรขึ้น เพียงแค่เชื่อว่าฉินเฉาต้องไม่ทำร้ายเหลียวชาชา“ให้บอดี้การ์ดออกไปและปิดประตูไว้” เสียงของฉินเฉาอู้อี้ รู้สึกอ่อนแรงกับสิ่งที่ไม่ค่อยดีนี้“ได้” หยูลู่ทำตามคำพูดฉินเฉาอย่างตามืดบอด และทำตามที่เขาพูดหลังจากเหล่าบอดี้การ์ดสลายตัวไป ฉินเฉาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก จับหน้าผากที่เย็นปานน˺าแข็งของเหลียวชาชา และพูดกับหยูลู่“ฉันหาวิญญาณของเหลียวชาชาไม่เจอ…”“อะไร?” หยูลู่จ้องฉินเฉาด้วยดวงตาเบิกกว้างพร้อมกับดวงตาที่สว่างและชัดเจน ซึ่งเต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ เกี่ยวกับเรื่องวิญญาณหยูลู่ไม่รู้อะไรเลยฉะนั้น เธอจึงสงสัยกับคำพูดของฉินเฉา“ฉินเฉา นายหมายความว่ายังไง? ฉันไม่เข้าใจ”“ลู่ลู่ เธอรู้มั้ยว่าทำไมเมื่อกี้ชาชาน้อยถึงอยากจะฆ่าฉัน?” ฉินเฉารู้ว่าหยูลู่ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ ดังนั้น จึงมองเข้าไปที่ตาของเธอและถาม“ฉันไม่รู้….แต่ ฉันคิดว่า นั่นไม่ใช่ชาชาน้อย….ไม่ใช่เธอเลย”หยูลู่พูดพร้อมค