ับหมา ก็ไม่แต่งกับเดรัจฉานโง่เง่าอย่างนาย!”“หึหึ ชาชามักจะพูดด้วยความโกรธอย่างนี้เสมอเลยนะ” จงเหลียงกัวขยับสายตา และมองมาที่ชายที่อยู่ข้างหลังเหลียวชาชา ฉินเฉา“นี่ใช่คนที่เรียกว่าบอดี้การ์ดของเหลียวชาชาใช่มั้ย? ดูธรรมดาไปนิดนะ…”จงเหลียงกัวเหมือนจะไม่เก็บฉินเฉามาใส่ใจ หันไปจ้องหนังสือปกแข็งของเขาต่อ และพูดธรรมดาๆ ว่า “ชาชา ถ้าเธออยากจะได้บอดี้การ์ดเก่งๆ ละก็ ฉันสามารถแนะนำคุณเจิ้งให้เธอได้นะ สำหรับคนที่ไม่รู้จักคนนี้ เธอต้องระวังเจตนาแฝงของเขาด้วยนะ”“เหอะ!” เหลียวชาชาพูดอย่างโกรธๆ ว่า “ฉันคิดว่าคนที่มีเจตนาแฝงไม่ใช่ใครนอกจากนาย!”“ชาชา พูดอย่างนี้ได้ยังไง” จงเหลียงกัวพูดอย่างราบเรียบว่า “ในอีกทางหนึ่ง เธอเป็นคู่หมั้นของฉัน ไม่นานหรือหลังจากนี้ เธอก็จะเป็นของฉัน ฉันไม่จำเป็นต้องมีเจตนาแฝงอะไร”“จงเหลียงกัว อย่าให้มันเกินไปนักนะ ตอนนี้นายอยู่ในตระกูลเหลียวอยู่นะ!” หยูล่ ูทนไม่ไหวอีกต่อไป และโต้กลับ“ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นแค่พี่เลี้ยงไม่ใช่เหรอ?” จงเหลียงกัวพูดอย่างธรรมดา “หรือว่าเธอมีอะไรกับตาเฒ่าเหลียวตงไคแล้วหรือไง?”“จงเหลียงกัว หยุดพูดเหลวไหลที่นี่ได้แล้ว!” แม้เธอจะโกรธ แต่หยูลู่ยังมีเหตุผล “ถ้านายแค่มาเยี่ยม เราก็ยินดีต้อนรับ แต่ถ้ามาสร้างปัญหาล่ะก็ ขอโทษด้วย ตระกูลเหลียวของเรา ไม่สามารถรับรองนายน้อยผู้ยิ่งใหญ่อย่างนายได้ กลับไปซะ”“คำพูดนี้ไม่ควรพูดโดยคนนอกนะ” ปากของจงเหลียงกัวคม เขาพู