่อยนะ”ด้วยการรล่อลวงจากหยูลู่ อู๋ซิ่นอดตื่นเต้นขึ้นมาไม่ได้ เธออยากจะชิมซุปที่ฉินเฉาทำเองจริงๆ …‘แต่ทำไมพวกเขาทำเรื่องน่าอายในห้องครัวกัน…พระเจ้า น่าอายจริงๆ’ เธอคิด“เอาล่ะ อู๋ซิ่นนั่งลงได้แล้ว!” ฉินเฉารีบพูด “มา ฉันจะช่วยเธอเสิร์ฟเอง”โดยไม่อธิบายอีก หยูลู่ดันอู๋ซิ่นที่กำลังอายให้นั่งลงไป“เฮ้ นี่ซุปของเหลียวชาชาเหรอ?!” ฉินเฉาเห็นอันดับหนึ่งของซุปมฤตยูอยู่กลางโต๊ะ อดถามออกมาดังๆ ไม่ได้ พลางคิดว่า ‘พระเจ้า ซุปนี่สีอะไรกันแน่ ทั้งดำและแดงผสมกัน นรกอะไรเนี่ย…แค่เห็นก็สั่นแล้ว….’“ใช่แล้ว! ซุปฉันเอง!” เหลียวชาชายืนขึ้นอย่างไม่พอใจ “นายมีปัญหาหรือไง?”“ไม่ ไม่…” ฉินเฉากลืนคำพูดกลับไปด้วยความกลัวว่าเหลียวชาชาจะบังคับให้เขากินซุปนั่น เขาเอาซุปของเขาเสิร์ฟแขก และจากนั้นก็นั่งข้างหยูลู่หยูลู่เตะเท้าเขา และจ้องเขา ความหมายคือให้ไปนั่งไกลๆ เธอเพื่อไม่ให้พวกเขาสงสัยฉินเฉาไม่กลัวความเจ็บปวด แต่ยังคงขลาดเขลากับเรื่องน่าอาย“เฮ้ ทำไมพวกเธอยังไม่กินซุปอีกล่ะ?” หยูลู่มองขึ้นมา และเห็นว่าทุกคนยังไม่เคลื่อนไหวทุกคนนั่งอย่างเจียมตัว แต่หน้าของพวกเขาแต่ละคนซีด“เหอเหอ….เราไม่ค่อยหิว ไม่ค่อยหิว…” หลิวหยานสีหน้าน่าเกลียดบางทีเธออาจจะยังกลัวกับซุปของเหลียวชาชาอยู่อู๋ซิ่นไม่ได้เห็นฉากสุนัขถูกพิษเมื่อกี้ เธอยกซุปที่ฉินเฉาทำและเสิร์ฟด้วยตัวเองขึ้นดื่มอย่างช้าๆ“ว้าว ซุปนี่อร่อยมาก!” หลังจากที่ดื่มเข้าไป อู๋ซิ่นก็ท