นบอกให้นายซื้อตั๋วเครื่องบินหรอกเหรอ?”“อะแฮ่ม ๆ ตั๋วเครื่องบินมันแพงน่ะ!”“เจ้าโง่! นายรออยู่ที่นั่นไปตลอดเถอะ!”“ไม่…ผู้อำนวยการซู คุณคงไม่อยากให้ผมเดินขออาหารไปทั่วสถานีรถไฟหรอกใช่มั้ย?”“งั้นก็ไปขอซะสิ! ฉันก็อยากจะเห็นนายหิวตายเหมือนกัน!”“ผมผิดไปแล้ว ผู้อำนวยการซู เพื่อประโยชน์ของน้องชายของคุณคนนี้ ผู้ที่ดื่มนมจากเต้าเดียวกันกับคุณ ได้โปรดช่วยน้องชายคนนี้ด้วย!”“ใคร…ใครดื่มนมจากเต้าเดียวกันกับนาย! ลืมมันซะ ฉันคิดว่าที่นายเป็นอยู่นี่ก็แย่พอละ ไปหาแท็กซี่แล้วบอกเขาให้ไปคฤหาสน์ของเหลียวตงไค คนขับจะพานายไปที่นั่นเอง ฉันจะบอกเหลียวตงไคให้ เขารอนายอยู่ที่บ้าน!”“ได้ครับ ได้ บอสซูของผมดีที่สุด จะว่ายังไงถ้าผมจะชวนคุณไปกินข้าว”เขายังพูดไม่จบแต่โทรศัพท์ถูกตัดสายแล้ว ฉินเฉาช่วยไม่ได้เขาเป็นวัยรุ่นที่อายุยังไม่ถึงเลข 3 ไม่มีรถ ไม่มีบ้าน แล้วก็ไม่มีเงิน ถ้าต้องการเซฟเงินของเขา มันเป็นเรื่องที่เข้าใจได้“สวัสดีพี่ชาย เป็นไงบ้าง” เมื่อฉินเฉายืนขึ้นหญิงวัยกลางคนท่าทางสุภาพทักทายเขา“เอิ่ม คุณเป็นใคร?” ฉินเฉามองอย่างแปลกใจ คิดว่า ‘ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เขามีพี่น้องอยู่ทั่วประเทศ งั้นทุกที่ ๆ ฉันไป พวกเขาจะไม่เป็นญาติของเราหมดเหรอ?’หญิงวัยกลางคนคนนี้ท่าทางน่าสงสาร ที่เดินตามเธอมาเป็นเด็กสาวอายุ 18 – 19 ปี ท่าทางอ่อนแอ แต่ผิวออกจะซีดเล็กน้อย สายตาของเธอมองฉินเฉาอย่างกลัว ๆ“ขอโทษที่ทำให้รำคาญนะพี่ชาย เรา