พูดกับซู่เฟิงที่ตะลึงอยู่ “เอาหน่อยมั้ย?”“บัดซบ…” ซู่เฟิงเข้าตาจน ทันใดนั้นเขาก็เปิดเสื้อของเขา แล้วดึงเอาปืนพกไทป์ 92 ออกมาจากเอวของเขา เมื่อเป็นบอดี้การ์ดของเหลียวตงไค ไม่ใช่แค่เพียงมีปืน แต่เขายังมีใบอนุญาตอย่างถูกกฎหมายด้วยแต่เมื่อเห็นซู่เฟิงเอาปืนออกมา ซูเฟยที่ตกอยู่ในอารามตกใจ ก็พูดอย่างโกรธ ๆ ว่า“ผู้อำนวยการเหลียว ลูกน้องของคุณมันจะเกินไปแล้ว เขาเอาแม้กระทั่งปืนออกมา! กรุณาบอกให้เขาหยุดด้วย!”เหลียวตงไคไม่พูดอะไร เจ้าพ่ออสังหาริมทรัพย์คนนี้ เพียงแค่มองดูฉากนี้อย่างเย็นชา ถ้าฉินเฉารอดจากปืนนี้ไปได้ จากนั้นเขาจึงจะสามารถมีคุณสมบัติเป็นบอดี้การ์ดของเหลียวชาชาได้ฉะนั้น เขาจึงไม่สนใจคำประท้วงเสียงดังของซูเฟยในตอนนี้เอง ซู่เฟิงก็ลั่นไกปืน ปากกระบอกปืนก็พ่นกระสุนออกมาอย่างเกรี้ยวกราดฉินเฉายิ้มอย่างอ่อนใจ คืนนี้เขาต้องสู้กับปืนอีกแล้ว แต่ปืนพกธรรมดานี้ไม่สามารถทำอะไรเขาได้ด้วยเหตุนี้ จังหวะที่ซู่เฟิงลั่นไก ทันใดนั้นเขาก็กระโดดออกจากโคมระย้า ร่างของเขาคล้ายกับไม้กางเขนในอากาศ แล้วจากนั้น เบาเหมือนขนนก เขาพลิกตัวในครั้งเดียว แล้วสะบัดมือขว้างมีดในมือของเขาออกไปฉัวะ! เห็นเพียงประกายสีเงิน มีดแทงเข้าไปในมือของซู่เฟิง ผู้ที่ยังถือปืนอยู่ ซู่เฟิงในที่สุดก็ไม่สามารถทนกับความเจ็บปวดในมือได้ ทำให้ปืนพกไทป์ 92 ตกลงกับพื้น แล้วหมุนอยู่ที่นั่น 2 – 3 รอบ“ฟู่ว!” ในตอนนี้เอง ฉินเฉาก็ลงมาจากอากาศมาอ