ภายในหอสุราใกล้กองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมือง สือชงและอู๋เซ่าเชินนั่งร่ำสุราในห้องรโหฐาน บรรยากาศอึมครึมหนักอึ้ง แรกเริ่มไร้ผู้ใดปริปาก จวบจนสุราร่วงลงท้องไปหลายจอก อาหารพร่องไปหลายจาน บทสนทนาจึงค่อยเริ่มเปิดฉาก
สือชงทอดถอนใจ “ข้าจำได้แม่น ยามเจ้าย้ายมากองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองใหม่ๆ เจ้าองอาจห้าวหาญเพียงใด เวลานั้นแม้กองบัญชาการจะไร้คดีใหญ่โต ทว่าในอาณาเขตของเรา เจ้ากลับสร้างผลงานโดดเด่นรวดเร็ว เพียงสองปีจึงเลื่อนขั้นถึงสองระดับ ผงาดขึ้นเป็นจงฉีแห่งกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมือง”
อู๋เซ่าเชินตอบเสียงอู้อี้ “เพียงคดีหยุมหยิมของพวกพ่อค้าหาบเร่ มีสิ่งใดให้น่าเอ่ยถึง”
ย่านมั่งคั่งในเมืองเยี่ยนผิงแต่ไรมาล้วนตกอยู่ใต้เงื้อมมือที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิง พื้นที่ใดผลประโยชน์เบาบาง ที่ว่าการเมืองย่อมละทิ้งไม่แยแส กองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองจึงจำต้องเคลื่อนไหวในอาณาบริเวณเหล่านั้นเป็นหลัก คอยชำระความระหว่างพ่อค้าหาบเร่กับนักเลงหัวไม้ตามตลาด
น้ำตื้นเขินย่อมไร้ปลาตัวโต ทว่ากุ้งหอยปูปลาตัวเล็กตัวน้อยเมื่อรวบรวมเข้าก็รีดเค้นผลประโยชน์ได้มหาศาล เพียงแต่ยิบย่อยน่ารำคาญ ยามนั้นคนของที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงมักถากถางเสมอ ว่า