จวนอัครเสนาบดี
ภายในห้องลับใต้ดิน สวีหมิงหล่างจ้องเขม็งไปยังกระดานหมากขนาดยักษ์เบื้องหน้า สีหน้าแปรปรวนดำคล้ำสลับซีดเผือด เนิ่นนานให้หลังจึงค่อยๆ ยื่นมือหยิบหมาก ‘ตระกูลหลิว’ ขึ้นมาทีละเม็ด ทิ้งลงโถหมากข้างเท้าอย่างไร้เยื่อใย
เสียงหมากหินกระทบก้นโถดังกังวาน แต่ละหยาดเสียงสะท้อนประหนึ่งค้อนเหล็กทุบกลางอก จังหวะชีพจรปั่นป่วน ใบหน้าชราหล่อหลอมด้วยความมืดมิด
สิ้นหมากเม็ดสุดท้าย ขุมกำลังที่บุกข้ามเส้นแบ่งเขตแดนทะลวงเข้าสู่อาณาเขตขุนนางบู๊พลันแหว่งวิ่นเป็นช่องโหว่มหึมา สวีหมิงหล่างทุบกำปั้นกระแทกกระดานหมากดังลั่น โชคดีที่กระดานสลักจากหินผาแข็งแกร่ง มิเช่นนั้นคงแหลกละเอียดคาเจตนาฆ่าฟันของเขาไปแล้ว
ตึกใหญ่ตระกูลหลิวพังครืน นับเป็นความสูญเสียใหญ่หลวงของขั้วอำนาจบุ๋น เว้นเสียแต่ขุนนางบุ๋นสายตรงของสวีหมิงหล่างจะฉวยจังหวะนี้ฮุบตำแหน่ง ทรัพย์ และอิทธิพลที่ตระกูลหลิวทิ้งไว้มาได้ทั้งหมด มิฉะนั้นหายนะครั้งนี้ย่อมไม่อาจชดเชย
สิ้นเงาตระกูลหลิว ฝ่ายหนึ่งร่วงหล่น ฝ่ายหนึ่งผงาดง้ำ ขุมกำลังของขุนนางบู๊พลันดูทรงอำนาจขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
สวีหมิงหล่างหลับตาลง ประสานมือไว้หน้าท้อง นิ้วมือขยับสลับรวดเร็วไม่หยุดหย่อน สมอง