ับสิ่งที่เธอพูด เขาหยุดคิดสักพัก หรือว่าจะเป็นสิ่งนั้น! เขาวิ่งเข้าไปในห้องนอน เมื่อเห็นรอยเลือดบนพื้น ทันใดนั้นเขาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี“เฮ้อออ อาเจ๊นั่นมันเลือดกำเดาโผ้มมมม โอเค๊!” จากนั้นเขาก็ออกจากห้องนอน แล้วมองซูจีที่กำลังหน้าแดงราวลูกแอปเปิล “ผมสาบานผมไม่ได้ฉวยโอกาสคุณแม้แต่น้อย คนหมดสติต่างชาติที่ผมช่วยคุณไว้เมื่อวาน ส่วนเรื่องเสื้อผ้าคุณก็เป็นคนถอดมันเอง นี่คุณไม่รู้ตัวหรือยังไงว่าคุณเป็นพวกนอนแล้วละเมอโหดมาก ๆ?”“เอ๋… มันก็ใช่แหละ ฉันชอบเดินละเมอ” ซูจีอ้าปากหวอเป็นรูปตัวโอพอเขาพูดถึงเรื่องนี้ หลังจากนั้นก็เอามือกุมหน้าตัวเองแล้วพูดว่า“ฉันลืมเรื่องนี้ได้ยังไง ขอโทษจริง ๆ ที่เข้าใจนายผิดไป”ทันใดนั้นเธอก็จำบางสิ่งได้ พร้อมกับหน้าแดงก˹า เธอใช้เท้ากระโดดเตะฉินเฉาขึ้นคร่อมร่างพร้อมกับบีบคอเขา“พูดมาเดี๋ยวนี้ว่านายเห็นไปแค่ไหนแล้ว!”“อ่อก อ่อก∼” ทันใดนั้นฉินเฉาก็ถูกซูจีจู่โจมอย่างไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น เขาชักเริ่มรู้สึกโมโหจึงตะโกนด้วยเสียงแหบแห้งว่า “ผะ ผมไม่เห็นอะไรเลย ผมเป็นสุภาพบุรุษผู้ทรงเกียรตินะ”“ฉันไม่เชื่อนาย!” ซูจีเหวี่ยงหมัดของเธอใส่หน้าอกฉินเฉา ไม่ต้องคิดเลยผู้หญิงคนนี้แข็งแรงขนาดไหน เธอต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญคาราเต้แน่เลย โชคดีที่ฉินเฉามีร่างกายของผู้ฝึกตน ถ้าเป็นคนอื่น ป่านนี้คงกระอักเลือดไปสามครั้งแล้ว แต่เขาไม่ได้รู้สึกเจ็บแต่อย่างใด ยิ่งรู้สึกเหมือนพวกเขากำลังร่