เมื่อถึงสนามบิน สือเหยียนกำลังรอเช็คอินอยู่ในเทอร์มินอล สือหยวนกับจ้าวเยว่นั่งประกบซ้ายขวา จ้าวเยว่ตาแดงๆ เหมือนผ่านการร้องไห้มาก่อนส่วนสือเหยียนก็เอาแต่ยิ้มในขณะที่ปลอบผู้เป็นแม่ “อย่าร้องไห้สิคะ หนูโตขนาดนี้แล้ว แม่ยังไม่หายห่วงอีกเหรอ?”“ลูกโตแล้วแต่ไม่เคยห่างจากแม่ไปไกลขนาดนี้นี่”พูดไปแล้วก็อดนํ้าตาไหลไม่ได้“สือเหยียน!” อวิ๋นตั่วตะโกนมาจากทางด้านหลัง ก่อนที่จะวิ่งอ้อมมาข้างหน้า ทักทายสือหยวนกับจ้าวเยว่สือเหยียนลุกขึ้นแล้วดึงอวิ๋นตั่วไปข้างๆ “เธอได้ยินเรื่องคดีฆาตกรรมที่ตี้จินย่วนเมื่อวานไหม?”อวิ๋นตั่วพยักหน้า “ฉันกำลังจะไปสัมภาษณ์ผู้เกี่ยวข้องในคดีอยู่พอดี”สือเหยียนลังเลเล็กน้อย “มีเรื่องหนึ่งที่ฉันว่ามันแปลกๆ”“เรื่องอะไรเหรอ?”“เมื่อวานตอนขับรถกลับบ้าน ฉันขับผ่านตี้จินย่วนแล้วเกือบชนคนคนหนึ่งเข้า คนนั้นวิ่งผ่านไป แต่ฉันว่าฉันรู้สึกคุ้นเขามาก พอกลับไปลองคิดอีกทีเหมือนว่าเป็นคนที่ฉันเคยเจอที่อี้ซินกรุ๊ปน่ะ”“คนของอี้ซินกรุ๊ปเหรอ?”สือเหยียนส่ายหน้า “ไม่ใช่คนของสำนักงานใหญ่อี้ซินแน่ๆ เพราะฉันไม่เคยเจอเขาที่บริษัท แต่จะเป็นคนที่อยู่ภายใต้สังกัดของบริษัทหรือเปล่าฉันก็ไม่รู้ แต่คนคนนี้ไม่ธรรมดา เขาเข้าห้องทำงานของหยูอี้ซินได้แบบไม่ต้องแจ้งล่วงหน้าเลย”“เขาหน้าตาเป็นยังไง ยังจำได้หรือเปล่า?”สือเหยียนอธิบายรูปร่างหน้าตาของคนคนนั้นให้อวิ๋นตั่วฟังแบบคร่าวๆเพราะสือเหยียนเคยเจอชิวเจี๋ยแค่ครั้ง