“กรมกลาโหมคือรากฐานแห่งการหยัดยืนของตระกูลขุนนางบู๊ หากทวงคืนมาได้ ตระกูลเว่ยแห่งชิงโจวยินดีทุ่มสุดกำลัง น้อมรับคำบัญชา” ยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดขั้นปลายแห่งตระกูลเว่ยประกาศกร้าว น้ำเสียงเด็ดเดี่ยวหนักแน่น
“ประเสริฐ”
จ้าวเสวียนจีตบโต๊ะ นัยน์ตาพยัคฆ์เฒ่ากวาดมองผู้คนทั่วโถง “ข้าไม่ต้องอธิบายให้มากความ พวกท่านย่อมกระจ่างแจ้งแก่ใจ หากแผ่นดินเกิดศึกใหญ่ แต่กรมกลาโหมกลับตกอยู่ในมือพวกขุนนางบุ๋น กลายเป็นหอกดาบที่หวนกลับมาทิ่มแทงลิดรอนอำนาจพวกเราขุนนางบู๊… ถึงยามนั้น สมรภูมิจะพินาศย่อยยับเพียงใด”
“ยามนี้ตระกูลจ้าวเปิดศึกเต็มกำลังเพื่อโค่นรากถอนโคนตระกูลหลิว ข้ามิได้เรียกร้องให้พวกท่านต้องเอาชีวิตมาทิ้ง ทว่าการแสดงจุดยืนหนุนหลังคือสิ่งที่ขาดมิได้ หากวันหน้าการใหญ่ลุล่วง… ก็อย่าหาว่าข้าปูนบำเหน็จลำเอียงก็แล้วกัน”
ทุกผู้คนในที่นั้นล้วนฟังนัยแฝงทะลุปรุโปร่ง บรรยากาศพลันแปรเปลี่ยนเป็นหนักอึ้ง ผู้ที่ยังมีสิทธิ์นั่งฟังวาจาของเจิ้นกั๋วกงในยามนี้ หากมิใช่คนสนิทชิดเชื้อ ย่อมมิใช่ศัตรู เมื่อวาจาทิ้งท้ายหลุดจากปากจ้าวเสวียนจี ทุกคนต่างตระหนักแจ้งถึงจุดยืนของตนและตระกูล เสียงขานรับจึงดังกึกก้องพร้อมเพรียง ประกาศเ