การประชุมเช้าอันแสนรวบรัดสิ้นสุดลง หลิวมู่จือและสวีหมิงหล่างก้าวเคียงกันกลับสู่กรมจงซู ล่วงเข้าสู่กลางเหมันต์ฤดูจวบจนสิ้นปี ภารกิจในกรมจงซูทับถมเป็นภูเขาเลากา ไร้ซึ่งเวลาให้เกียจคร้านแม้ครึ่งก้าว
การประเมินผลงานราชการประจำปีเปิดม่านตั้งแต่เดือนสิบ ทั้งการจัดเก็บภาษี รังวัดที่ดิน ตรวจสอบความดีความชอบของขุนนาง ไปจนถึงการจัดสรรงบประมาณปีหน้า บัดนี้ทุกสรรพสิ่งล้วนได้ข้อสรุปเบื้องต้น หลงเหลือเพียงการเก็บกวาดร่องรอยในขั้นตอนสุดท้าย
ห้วงเวลานี้ของทุกปี คือยามที่เหล่าขุนนางทรงอำนาจแห่งสามกรมหกกระทรวงจะได้กวัดแกว่ง ‘อาญาสิทธิ์’ ในมือ ทุกการสะบัดแส้ล้วนชี้เป็นชี้ตายชะตากรรมผู้คนนับไม่ถ้วน บางสหายผงาดขึ้นสู่ยอดเมฆา ขณะที่บางชีวิตต้องร่วงหล่นลงก้นขุมนรก ในฐานะรองอัครเสนาบดี อำนาจในมือหลิวมู่จือนั้นล้นฟ้า ช่วงเวลานี้เขาจึงจมปลักอยู่กับกองบรรณาการและคำสรรเสริญเยินยอที่หลั่งไหลมาดุจสายน้ำ
สิ่งที่เรียกว่า ‘อำนาจ’ แก่นแท้ของมันคือพลังในการบดขยี้และบงการชะตากรรมผู้อื่น นี่คืออาวุธที่ทรงพลานุภาพที่สุดในใต้หล้า วาจาสิทธิ์ชี้ตาย ย่อมหมายถึงตัวตนระดับสูงผู้กุมบังเหียนจักรวรรดิเฉกเช่นหลิวมู่จือและพรรคพวก
สำหรับหลิวมู่จือ ห