ากพลิกแพลงอำนาจนี้ให้แยบคาย ผู้คนนับไม่ถ้วนใต้ปีกย่อมเสวยสุข รากฐานตระกูลหลิวจะยิ่งหยั่งลึกทะลวงฟ้า ส่วนขั้วอำนาจศัตรูย่อมถูกบ่อนทำลาย กัดกร่อนจนกว่าจะถูกเขาเหยียบย่ำจมดิน แม้ภารกิจรัดตัวจนต้องอดหลับอดนอน ทว่าเขากลับเสพติดมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้น… บนโลกหล้า มีผู้ใดบ้างเล่าจะไม่ลุ่มหลงรสชาติหอมหวานของการได้เหยียบย่ำชะตาชีวิตผู้อื่น
“พ้นวาระปีใหม่ คล้อยหลังเทศกาลหยวนเซียว ยามราชสำนักเปิดม่าน… ก็ถึงกาลทูลเสนอจัดตั้งทำเนียบเสนาธิการห้าเหล่าทัพกลางท้องพระโรง” หลิวมู่จือไล่สายตามองรายนามขุนนางในมือ นัยน์ตาวูบไหวด้วยประกายเย้ยหยัน “ช่างเถอะ ปล่อยให้ตาเฒ่าจ้าวเสวียนจีได้เสพสุขกับปีใหม่เป็นวาระสุดท้ายก็แล้วกัน”
บัญชีรายนามนี้คือขุมกำลังชั้นยอดที่เขาคัดสรร หมายส่งเข้าไปเสียบตำแหน่งในทำเนียบเสนาธิการห้าเหล่าทัพ ขุมอำนาจใหญ่โตปานนั้น ขุนนางบุ๋นย่อมไม่มักน้อยเพียงแค่เก้าอี้ผู้บัญชาการสองตัว หากไร้ขุมกำลังระดับล่างคอยค้ำยัน ผู้บัญชาการก็เป็นเพียงหุ่นเชิดกลวงเปล่า และเพื่อให้ได้ที่นั่งเพิ่มสักหนึ่งหรือสองที่ เขาต้องเปิดศึกน้ำลายกับสวีหมิงหล่างและผู้นำตระกูลขุนนางบุ๋นอีกหลายคนจนคอแหบแห้ง
ปลายปีเช่นนี้มิใช่วาระอัน