กองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองค่ำคืนนี้สว่างไสวด้วยคบเพลิงโชติช่วง ยามจ้าวหนิงควบม้ากลับมาถึง เวลายังไม่ล่วงเข้าห้าเกิง ท้องฟ้าราตรีหลงเหลือความมืดมิด ห่างไกลจากรุ่งอรุณอยู่อีกช่วงตึก
เบื้องหลังเขามีขบวนคนทอดยาวสุดลูกหูลูกตา คลื่นมนุษย์นับร้อยอัดแน่นจนเต็มท้องถนน ยามขบวนก้าวประชิดดั่งคลื่นทะลัก ทหารยามเฝ้าประตูกองบัญชาการต่างลอบสบตากันด้วยความตื่นตระหนก สัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ซ่านมาตามสายลม
ภายในขบวน มิเพียงพรั่งพร้อมด้วยยอดฝีมือจากตระกูลจ้าวและตระกูลเว่ย ทว่ายังมีหัวโจกจากสมาคมชุดขาวและพรรคเหยี่ยวครามที่ถูกพันธนาการอย่างแน่นหนา กระทั่งยอดฝีมือระดับวิญญาณต้นกำเนิดที่บาดเจ็บปางตายยังถูกลากตัวมาด้วย เดนมนุษย์เหล่านี้คือพยานปากเอกที่จ้าวหนิงจะใช้มัดหลังสองพรรคใหญ่ ว่ามีส่วนพัวพันกับคดีฆาตกรรมหอเฟยเสวี่ย ทั้งยังเป็นเครื่องพิสูจน์ความชอบอันยิ่งใหญ่ในการกวาดล้างภัยพาลแห่งเมืองหลวงคืนนี้
ไร้เงายอดฝีมือจากหออี้ผิ่นและสำนักกระบี่ซานชิงแม้แต่ครึ่งคน ยามลงมือ จ้าวหนิงสั่งการให้พวกเขาอำพรางใบหน้ามิดชิด บัดนี้ย่อมไร้เหตุผลให้ปรากฏตัวเปิดเผยสถานะ
จ้าวหนิงไม่ต้องการเปิดช่องให้ขุนนางจอมสอดรู้จากศาลผู