เฉียนเฟิง หัวหน้าสำนักคุ้มภัยเฟยอิงในวัยล่วงสี่สิบปี ถือเป็นช่วงวัยที่บุรุษกำลังรุ่งโรจน์ถึงขีดสุด คนในสำนักนับร้อยชีวิตไม่ว่าเด็กหรือชรา ยามเผชิญหน้าล้วนต้องประสานมือค้อมกายเคารพอย่างนอบน้อม
บุรุษผู้ใช้เวลาเพียงห้าปีพลิกฟื้นสำนักชั้นสองระดับอำเภอ ให้ผงาดเป็นสำนักคุ้มภัยเลื่องชื่อแห่งเมืองหลวง ย่อมคู่ควรแก่การเชิดชู มิพักต้องเอ่ยถึงผู้คนในวงการเดียวกัน ไม่ว่าสำนักเล็กหรือใหญ่ยามพบหน้า ล้วนต้องเอ่ยปากคารวะด้วยความเลื่อมใส
การเดินตรวจตราสำนักเช้าค่ำคือความหยิ่งทะนงที่เฉียนเฟิงบ่มเพาะมาเนิ่นนาน ยิ่งประจักษ์ถึงลานสำนักที่แผ่ขยาย จำนวนผู้คุ้มภัยที่เพิ่มพูน ยอดฝีมือที่กล้าแกร่ง และสินค้าล้ำค่าที่หลั่งไหลเข้ามา ความปิติในอกยิ่งสุมแน่นจนยากจะสะกดกลั้น
หวนนึกถึงอดีตยามรั้งอยู่ในชางโจว ลานสำนักคับแคบ ผู้คนมีไม่ถึงหยิบมือ จะรับงานล้ำค่ายังต้องคอยจับสังเกตสีหน้าผู้มีอิทธิพลในท้องถิ่น บางคราโชคเข้าข้างได้รับงานคุ้มกันค่าจ้างงาม กลับโดนสำนักใหญ่ใช้อำนาจบาตรใหญ่แย่งชิงไปดื้อๆ
กาลนั้นการเอาชีวิตรอดช่างแสนเข็ญ นอกจากการโค้งหัวประจบประแจงทางการ ยังต้องคอยประจบสอพลอสำนักคุ้มภัยใหญ่ ยามคุ้มกันสินค้าข้ามเขา ยิ่งต้องควั