ิ้งไง!”“ฟางเจิ้ง?” อวิ๋นเฉียวทวนชื่อนั้น แล้วก็นึกออกในที่สุด พ่อของฟางเจิ้งเคยเป็นผู้จัดการแผนกหนึ่งของอวิ๋นกรุ๊ป ตอนที่เขาอยู่ชั้นประถม เขาเข้ามาในอวิ๋นกรุ๊ปตอนช่วงที่กิจการเพิ่งดีขึ้น ถือเป็นพนักงานเก่าแก่คนหนึ่ง พวกเขาเป็นเพื่อนร่วมชั้นสมัยประถมด้วย และพวกเขาก็กลายเป็นเพื่อนกันอย่างรวดเร็วเพราะผู้เป็นพ่อ เวลาที่อวิ๋นเฉียวก่อเรื่อง ฟางเจิ้งก็ค่อยรับผิดแทน จนค่อยๆ กลายมาเป็นผู้ติดตามของอวิ๋นเฉียวฟางเจิ้งเรียนไม่ค่อยเก่ง จบม.ปลายก็ไม่ได้เข้ามหาวิทยาลัยต่อ พ่อของเขาให้เงินทุนเขาไปเปิดร้านอาหาร และก็เพราะเรื่องนี้ทำให้ต้องเกือบเข้าคุกฟางเจิ้งมาขอร้องเขา เขาก็ไปขอร้องพ่อ ฟางเจิ้งถึงได้รักษางานเลี้ยงปากท้องไว้ได้ฟางเจิ้งตบไหล่อวิ๋นเฉียว “คิดไม่ถึงว่าจะได้มาเจอนายที่นี่ ป่ะ ไปหาที่นั่งคุยกันดีเถอะๆ!”“ดึกมากแล้ว ฉันต้องกลับบ้านแล้ว” อวิ๋นเฉียวอายเล็กน้อย“สุภาษิตว่าไว้ว่าไปเชิญตรงๆ ยังไม่สู้บังเอิญมาเจอกัน นี่มาเจอกันแล้วจะมีเหตุผลอะไรที่ไม่ไปกินข้าวด้วยกันสักมื้อล่ะ”เมื่อรั้นต่อไม่ไหว อวิ๋นเฉียวก็เลยเดินตามฟางเจิ้งเข้าร้านอาหารร้านหนึ่งไปพอเข้ามาในร้านอาหาร จางหลัว หญิงสาวที่มากับฟางเจิ้งก็สั่งเหล้าสั่งอาหารด้วยท่าทางกระตือรือร้น กระทั่งเธอจัดการเสร็จ ฟางเจิ้งถึงพูดบอก“คุณกลับไปก่อนเถอะ เราเพื่อนเก่าได้เจอกัน มีเรื่องจะคุยกันนิดหน่อย”หญิงสาวพยักหน้ารับ กลับออกไปโดยไม่บ่นสักคำเขาจำได้แค่