อวิ๋นเฉียวกำหมัดแน่นด้วยความโมโห ตะโกนลั่นใส่ลูกค้าตรงหน้า “ไม่ซื้อก็ไม่ซื้อสิ! ต้องมาเหน็บแหนมกันแบบนี้ด้วยเหรอ?”“ทำท่าทางแบบนี้หมายความว่ายังไง?”“ท่าทางอะไร กับคนอย่างคุณก็ต้องแบบนี้แหละ”อวิ๋นเฉียวมองประเมินลูกค้าตรงหน้า “ที่สะพายน่ะก็กระเป๋าปลอม รองเท้าที่ใส่ก็สามพันหยวน มาทำท่าทางอย่างกับเป็นราชินี แถมยังมาว่าเราไม่รู้จักหลุยส์ ที่คุณคิดว่าคุณเข้าใจน่ะ หลุยส์เขายอมรับคุณหรือเปล่า? ตอนผมใช้หลุยส์ คุณไม่รู้ไปอยู่ที่ไหนด้วยซํ้า!”“เจ้าของร้านอยู่ไหน! เรียกเจ้าของร้านมา!” ลูกค้าคนดังกล่าวถูกอวิ๋นเฉียวด่าจนทนไม่ไหว ครู่หนึ่งที่หาคำมาตอบโต้ไม่ได้จนต้องร้องโวยวายหาเจ้าของร้าน“ฉันเองค่ะ มีอะไรเหรอคะ” อวี่ซียังพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม“พนักงานในร้านคุณปฏิบัติกับลูกค้าแบบนี้คุณยังไม่จัดการอีกเหรอ?”“ขอโทษด้วยนะคะ!”“ไปขอโทษเขาทำไม? คิดว่าตัวเองก้าวเข้ามาแล้วเป็นราชินีจริงๆ อย่างนั้นเหรอ? เงินก็ไม่ได้จ่ายเลยสักหยวน แบบนี้เป็นราชินีตรงไหน! ผมเองก็ไม่ได้อยากขายให้คนอย่างคุณหรอก! รีบไสหัวไปให้พ้นเลยนะ!”ลูกค้าคนดังกล่าวเชิดหน้าแล้วตะโกนขึ้นเสียงดังลั่น “ไม่ขายให้ฉัน ฉันเองก็ไม่ได้อยากจะซื้อของของพวกคุณหรอก! เสื้อผ้าแบบนี้ยังมีหน้ามาบอกว่าเป็นของนักออกแบบชื่อดังอีก นักออกแบบแบบนี้ชีวิตจะขายชุดได้หรือเปล่าเถอะ!”ถ้าไม่ใช่เพราะว่าเห็นหมัดของอวิ๋นเฉียว ลูกค้าคนนั้นคงด่าต่อไปอีกชุดพอเห็นเส้นประสาทที่เต้