ผมพูดอะไรผิดไปเหรอ?”น่าน่าหัวเราะ “ผอ.ไม่รู้สึกเลยสักนิดเหรอคะว่าคำพูดของตัวเองทำร้ายคนอื่นแค่ไหน?”“เมื่อวานผมโมโหมากไปหน่อย ก็เลยพลั้งปากพูดไม่ทันคิด ผมจำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้าง”“ตอนแรกผอ.บอกว่าคุณอวิ๋นมีทางดีๆ แต่ก็ไม่เดิน ต้องมาทำตัวลับๆล่อๆ แล้วก็บอกว่าเธอไม่มีความเคารพในตัวเอง เป็นปาปารัสซีแล้วยังภูมิใจอยู่อีก”“ผมพูดแบบนั้นเหรอ?”“ความหมายประมาณนี้แหละค่ะ ฉันคิดว่าคุณอวิ๋นก็คงเข้าใจแบบนี้”น่าน่าว่า “ที่จริงแล้วฉันก็เข้าใจนะคะที่คุณอวิ๋นโมโหน่ะ ลำพังในสถานการณ์แบบนั้นเธอก็จนมุมอยู่แล้ว ผอ.ไม่ใช่แค่ไม่ปลอบใจ แต่ยังไปด่าเธออีก ผอ.น่าจะเข้าใจเธอมากกว่าใครว่าอะไรคือสิ่งที่กระทบใจเธอที่สุด เห็นๆ อยู่ว่าเธอเป็นคนมีอุดมการณ์ แต่จำต้องมาเป็นปาปารัสซีก็เพราะข้อจำกัดของการหาเลี้ยงตัวเอง เธอสามารถอดทนต่อคำดูถูกของคนทั้งโลกได้ แต่ไม่สามารถอดทนให้คนที่เธอแคร์มองเธอแบบนั้นได้ ผอ.คิดว่าพูดแบบนั้นกับเธอแล้วเธอจะรู้สึกยังไงล่ะคะ?”อวี่เจ๋อตบหน้าผากตัวเอง แล้วพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด “พอคุณพูดแบบนี้ผมก็รู้สึกว่าตัวเองโง่มากจริงๆ!”คำพูดที่อวี่เจ๋อด่าตัวเองแบบนี้ น่าน่าไม่กล้าตอบรับคำ ในฐานะเลขา
เธอจำเป็นต้องช่วยแก้ปัญหาให้เจ้านาย “ความรู้สึกของผอ.เป็นเรื่องเข้าใจได้นะคะ ในมุมของผอ. ทั้งๆ ที่ให้บัตรเชิญคุณอวิ๋นไปแล้ว แต่สุดท้ายเธอกลับไม่ใช้ กลับแอบเข้ามาลับๆ ล่อๆ แล้วก็ถูกคนลงไม้ลงมือจนเป็นแบบนั้น ผ