ลือดลามไปถึงใบหู หญิงสาวก้มหน้างุด ซ่อนใบหน้าแดงก่ำแทบอยากมุดลงใต้โต๊ะ ไม่หลงเหลือสมาธิจะฟังวาจาใดของเขาอีก
ฮู่หงเหลียนลอบมองภาพนั้นพลางยกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาดอกท้อที่ตวัดมองจ้าวหนิงแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย แฝงเร้นความนัยลึกล้ำสุดหยั่ง
จ้าวหนิงเพิ่งรู้ตัวว่าพลั้งเผลอเสียกิริยา การกระทำเมื่อครู่หากใช้กับผู้ที่เพิ่งพานพบย่อมนับว่าล่วงเกิน อาจทำให้อีกฝ่ายอับอายจนพาลโกรธเคือง มีเพียงสหายสนิทชิดเชื้อที่ร่วมเป็นร่วมตายเท่านั้น จึงจะกล้าหยอกล้ออย่างเป็นกันเองเช่นนี้
ทว่าสำหรับจ้าวหนิง ทุกคราที่พานพบซูเยี่ยชิง ความผูกพันที่ฝังรากลึกมาจากชาติปางก่อน มักชักนำให้จิตใต้สำนึกปฏิบัติต่อนางดั่งสหายเก่าแก่เสมอ เขาจึงเผลอไผลปลดเปลื้องหน้ากากความเย็นชาลงชั่วขณะ
ท่ามกลางความพร่ามัว ภาพจำจากสองภพชาติพลันซ้อนทับ เงาร่างที่เคยเคียงบ่าอาบเลือดกลางสมรภูมิ สายลมเหน็บหนาวและแสงจันทร์กระจ่างยามชูถุงสุราร่ำดื่มบนกำแพงเมืองที่พังทลาย… ซูเยี่ยชิงจากสองห้วงเวลาราวกับหลอมรวมอยู่เบื้องหน้า ใบหน้าสตรีผู้กร้านศึกที่เรือนผมปลิวไสวอาบย้อมด้วยแสงเพลิงจากค่ายทหาร ช่างทาบทับพอดีกับพวงแก้มแดงระเรื่อของเด็กสาวที่กำลังขวยเขินตรงหน้า จ้าวหนิง