อวิ๋นตั่วดึงกู่เลี่ยงกลับมาที่โต๊ะทำงานอย่างยอมรับในชะตากรรม พอนึกถึงเงินหนึ่งพันที่ลอยหายไปกับลมแล้วทั้งสองก็ได้แต่ถอนหายใจกู่เลี่ยงโทษฟู่เข่อเจียที่ไม่ให้ความร่วมมือ “ฟู่เข่อเจียนี่ ดีร้ายยังไงก็น่าจะรอให้เราได้เงินก่อนค่อยออกมาประกาศ! จะประกาศตอนไหนไม่ประกาศ ดันมาประกาศเอาตอนนี้ เธอว่าทำไมจู่ๆ เขาถึงออกมาพูดแบบนี้? ไม่มีแฟนก็ไม่มีแฟนสิ ต้องมาประกาศจริงจังขนาดนี้เลยเหรอ ดารานี่ไม่เหมือนกันเลยจริงๆทุกครั้งพอฉันกลับถึงบ้าน ที่บ้านก็จะถามว่ามีแฟนหรือยัง กับเสี่ยวลี่เป็นยังไงบ้าง? ได้ยินว่าพวกเธอจะแต่งงานเหรอ? มีลูกแล้วเหรอ? คิดดูว่าข่าวลือเยอะขนาดนี้ ฉันพูดตอบโต้อะไรสักคำไหม? สุดจะทนจริงๆ”“พวกเขาต้องเลิกกันแล้วแน่ๆ แล้วที่ฟู่เข่อเจียประกาศออกมาแบบนี้ก็เพื่อไม่ให้เราปล่อยภาพของพวกเขาออกไป”“เลิกอะไรกัน เมื่อวานยังเห็นดีๆ อยู่เลยไม่ใช่เหรอไง?”“อาจจะเพิ่งเลิกกันเมื่อวานหรือเปล่า? เอาเถอะ ยังไงทางสายนี้ก็ขาดแล้ว คิดไปก็เท่านั้น หาอาหารใหม่ดีกว่า”ได้ยินแบบนั้น กู่เลี่ยงก็เริ่มหาเบอร์ของแหล่งข่าว เพื่อดูว่าช่วงนี้มีข่าวอะไรควรค่าแก่การขุดขึ้นมาบ้างทว่าอวิ๋นตั่วยังนั่งนิ่งไม่ขยับ“ยังจะนั่งนิ่งอีก รีบหาเบาะแสเข้าสิ ที่บ้านยังรอข้าวไปกรอกหม้ออยู่นะ!”อวิ๋นตั่วเอามือเท้าคาง “ฉันกำลังเรื่องคิดปัญหาซีเรียสอยู่”“ปัญหาอะไร?”“นายบอกว่าเราต้องอาศัยการแอบถ่ายหาเงินเลี้ยงชีพใช่ไหม? นานๆทีจะได้ถ่ายรูปแบ