นที่ร้านดีไหม? เออใช่ อวิ๋นเฉียวล่ะ ยังไม่ตื่นเหรอ?”“คุณจะเรียกหาเขาทำไมคะ?”“พี่บอกกับอวี่ซีไว้แล้วว่าวันนี้จะพาเขาไปที่ร้าน”“เขายังไม่ได้บอกว่าจะไปเลยนะคะ! ” อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าตอนนี้ต้องเอาความจริงมาตักเตือนเขา เขากำลังตัดสินใจแทนคนอื่น และคนๆ นั้นก็เป็นผู้ใหญ่ที่มีอิสระในการตัดสินใจแล้วด้วย“เขาตกลงแน่” อวี่เจ๋อวาดภาพไว้ในใจแล้ว“ทำไมถึงได้มั่นใจขนาดนั้นคะ?”“ไม่เชื่อก็ลองดูสิ”อวิ๋นตั่วแปลกใจ เธอจึงวิ่งไปเคาะห้องประตูอวิ๋นเฉียว“พี่คะ ตื่นหรือยัง?”ไม่มีเสียงตอบรับ เขายังไม่ตื่นแน่นอน อวิ๋นตั่วจึงยักไหล่ให้อวี่เจ๋ออวี่เจ๋อเดินไปเคาะประตูห้องอวิ๋นเฉียว อวิ๋นเฉียวยังไม่ทันตื่น ทว่าชูยินกลับตื่นแล้ว เธอเดินออกมาจากห้อง มองอวี่เจ๋ออย่างสะลึมสะลือ “อวี่เจ๋อทำไมเธอมาเช้าขนาดนี้ล่ะ”“ผมมารับอวิ๋นตั่วไปทำงานครับ”“ใครอยากให้มารับคะ ฉันก็มีรถนะ”อวี่เจ๋อกระซิบข้างหูเธอเบาๆ ว่า “วันนี้เป็นวันสำคัญของอวิ๋นเฉียว เธอไม่อยากไปเป็นเพื่อนเขาเหรอ”ในที่สุดประตูห้องของอวิ๋นเฉียวก็เปิดออก ผมเผ้ายุ่งเหยิง เสื้อผ้าบิดเบี้ยว ไม่มีภาพลักษณ์เลยสักนิด พออวิ๋นตั่วเห็นสภาพของพี่ชายที่เป็นแบบนี้ก็รู้สึกถอดใจขึ้นมา ภาพลักษณ์แบบนี้จะเป็นนักออกแบบเสื้อผ้าที่ดีได้เหรอ?ถึงตอนนั้นถ้าถูกโจมตีขึ้นมา จะยิ่งแย่ลงแบบกู่ไม่กลับอีก แบบนั้นจะคุ้มได้ยังไงกัน?อวิ๋นเฉียวมองทั้งสามคนตรงประตูอย่างไม่พอใจ “เช้าขนาดนี้มาเอะอะอะไรตรงนี้ค