“เทียนอี้?” อวิ๋นตั่วยิ้มอย่างเศร้าใจ “คนเราแยกกันไปแล้วก็มีโอกาสได้พบกันอีกจริงๆ!”จบคำ เธอก็หันหลังวิ่งออกไป เทียนอี้รีบลงจากรถแล้ววิ่งตามพร้อมกับตะโกนไล่หลัง “อวิ๋นตั่ว! อย่าวิ่งสิ เธอวิ่งทำไมเนี่ย?”กู่เลี่ยงที่แอบอยู่แถวนั้นไม่รู้เรื่องอะไรด้วย พอเห็นปาปารัสซี่อย่างอวิ๋นตั่วถูกคนวิ่งไล่ตาม เขาก็วิ่งตามหลังเธอไปอย่างไม่ทันได้คิดไตร่ตรองอวิ๋นตั่วหันไปอีกที พอเห็นว่าเทียนอี้กลับขึ้นรถไปแล้วถึงได้ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ยังไม่ทันได้หายเหนื่อย รถคันนั้นก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าเธอแล้ว อวิ๋นตั่วอุทานออกมาด้วยความตกใจ หันไปเห็นว่ามีลิฟต์อยู่ข้างๆ เธอก็รีบแทรกตัวเข้าไปในนั้นเลย เทียนอี้ลงจากรถมา ตั้งใจที่จะตามขึ้นลิฟต์ไป แต่ว่าก็ไม่ทันเสียแล้วกู่เลี่ยงที่อยู่ข้างๆ กันหัวเราะออกมา “เคยเห็นแต่เราวิ่งตามคนอื่น ไม่เคยถูกใครวิ่งตามสักที แปลกอย่างกับเห็นคนกัดกับหมา”พอเข้ามาในลิฟต์ อวิ๋นตั่วก็พักหอบหายใจ“เธอเจออะไรกันแน่ ทำไมถึงตกใจขนาดนี้?” กู่เลี่ยงถาม“ผู้ชายคนที่เป็นแฟนของเธอน่ะคือเทียนอี้ เทียนอี้ที่เรียนสาขาคอมพิวเตอร์นั่นน่ะ ยังจำได้หรือเปล่า?”“หมายถึงคุณชายของอี้ซินกรุ๊ปน่ะนะ?”อวิ๋นตั่วพยักหน้ากู่เลี่ยงพูดออกมาตามที่คิด “มิน่าล่ะ คนอย่างฟู่เข่อเจียยังถึงขั้นต้องมารับด้วยตัวเอง เธอบอกว่าคนนั้นคือหยูเทียนอี้ก็สมเหตุสมผลล่ะนะ ว่าแต่ว่า…เธอวิ่งทำไมล่ะ? ติดหนี้อะไรเขาหรือไง?”นั่นน่ะสิ เธอวิ่งทำไม