กัน? อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าการกระทำเมื่อครู่ของเธอนั้นน่าตลกสิ้นดี เธอหันมองกู่เลี่ยงอย่างรู้สึกผิด “มันเป็นปฏิกิริยาตอบสนองโดยอัตโนมัติน่ะ”“เพราะปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้ของเธอเนี่ยแหละ เราถึงได้ชวดเงินหนึ่งพันนั่น!” กู่เลี่ยงเศร้าเสียใจ เมื่อนึกไปถึงว่าเงินหนึ่งพันหยวนจะซื้อของอะไรได้บ้าง “ฉันบอกแล้วว่าฉันจัดการคนเดียวได้ เธอก็ไม่เชื่อ ยังจะตามมาอยู่นั่น แล้วเป็นไงล่ะ ดูผลลัพธ์นี่สิ”“ยังจะกล้าพูดอีกนะ ถ้าไม่ใช่เพราะฉัน นายไปตามพวกกลุ่มคนโง่ๆพวกนั้น คงไม่รู้ถูกหลอกไปถึงไหนต่อไหนแล้ว”พอมาคิดตามดูแล้วกู่เลี่ยงก็คิดว่าผลลัพธ์แบบที่อวิ๋นตั่วพูดก็มีความเป็นไปได้มาก คิดได้แบบนั้นก็ไม่กล้าจะตำหนิอวิ๋นตั่วแล้ว เปลี่ยนมาคิดหาทางใหม่ดีๆ แทน“ในเมื่อเรารู้แล้วว่าเขาเป็นใคร ถ้าอย่างนั้นเราก็หารูปหยูเทียนอี้มาโฟโต้ชอปเลยสิ ดีไหม?”อวิ๋นตั่วตบไหล่เพื่อนเบาๆ “ถึงเราจะเป็นปาปารัสซี่แต่ก็ต้องมีจรรยาบรรณวิชาชีพ จะไปทำเรื่องโฟโต้ชอปอะไรแบบนั้นไม่ได้หรอก แบบนั้นมันเป็นของปลอม”“ต้องมาร่อนเร่แบบนี้ก็เพราะปาปารัสซี ยังจะมาคุยเรื่องจรรยาบรรณอะไรนั่นอีก!” กู่เลี่ยงบ่นอุบอิบจนกระทั่งประตูลิฟต์เปิด ทั้งสองถึงได้ลุกขึ้นเดินออกมาออกมาจากลิฟต์ก็เจอเทียนอี้ที่ยืนรออยู่ก่อนแล้วกำลังโบกไม้โบกมือให้“ไม่เจอกันนานเลยนะ”อวิ๋นตั่วยิ้มเจื่อน “ไม่เจอกันนานเลย”“ฉันขอเลี้ยงกาแฟเธอได้ไหม?”“ฉันกำลังทำงานอยู่!”“ทำงานเหรอ?” เทียนอี้มอ