อวิ๋นตั่วพูดความคับอกคับใจของตัวเองออกมาจนหมดจากนั้นก็พบว่าอวี่เจ๋อยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม จนพลอยทำให้คิดว่าทั้งๆ ที่เธอเสียใจขนาดนี้ ทำไมเขาถึงยังยิ้มอยู่ได้อีก“ยิ้มอะไรคะ? มีอะไรน่าตลกมากงั้นเหรอ? คุณคิดว่าไม่มีคุณแล้วฉันจะอยู่ไม่ได้ใช่ไหม คุณคิดว่าฉันจะไปไหนไม่รอดใช่ไหม?”เขาดึงเธอเข้ามากอดพร้อมกับสองแขนกราชับโอบจนแน่น ไม่ยอมให้เธอได้ขยับตัว “พี่ต่างหากที่ไปไหนไม่รอด เมื่อนานมากๆ มาแล้ว มีเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่ใต้ดอกไลแลค ตอนที่เธอถามพี่ว่ากินโดนัทด้วยกันไหม ตอนนั้นแหละ ที่พี่ไปไหนไม่รอดแล้ว”อวิ๋นตั่วเงยหน้าขึ้นมองเขา “ถ้าอย่างนั้นก็บอกมาสิคะว่าทำไมต้องจากไปด้วย? ทำไมต้องจากไปในวันหมั้นของเรา?”เขาช่วยเช็ดนํ้าตาให้เธอ “เรื่องในอดีตก็ปล่อยให้มันผ่านไปไม่ได้เหรอ?ถือซะว่าเป็นเพราะพี่ใจแคบสนใจแต่เรื่องศักดิ์ศรีของตัวเองได้หรือเปล่า?”เธอพยายามจะผลักเขาออกด้วยท่าทางโมโหเต็มที “กลับไปเถอะค่ะต่อไปไม่ต้องเอาแม่บ้านหลิวมาบังหน้า ไม่ต้องมาที่นี่อีก ฉันไม่อยากเห็นหน้าคุณอีกแล้ว!”ชูยินรีบวิ่งออกมาจากห้องแล้วมองทั้งสองคนด้วยความไม่เข้าใจ “เกิดอะไรขึ้น เสียงดังกันตั้งแต่เช้าเลย จะปลุกเพื่อนบ้านออกมาฟังเรื่องไม่เป็นเรื่องหรือไง”อวิ๋นตั่วไม่ได้ตอบ แต่กลับวิ่งกลับเข้าห้องตัวเองไปอวี่เจ๋ออยากจะตามไป แต่ชูยินก็ห้ามไว้ “ตอนนี้เธอยังไม่เข้าใจ ให้เวลาเธอหน่อยเถอะครับ”อวี่เจ๋อส่งยิ้มให้อย่างประนีประนอ