“เขาวาดรูปได้ ช่วยงานพวกออกแบบเสื้อผ้าได้นะ” อวี่เจ๋อบอก“อย่าไปสร้างความยุ่งยากให้อวี่ซีเลยค่ะวาดรูปกับออกแบบมันเหมือนกันซะที่ไหน อวิ๋นเฉียวเองก็ไม่เคยทำงานด้านนี้มาก่อน จะให้เขาไปออกแบบได้ยังไง?”อวี่เจ๋อมองมือเล็กที่อยู่ในฝ่ามือของตัวเองแล้วก็รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ
ความรู้สึกแบบนี้ช่างดีจริงๆ ในที่สุดเธอก็ไม่ทำมึนตึงใส่เขาแล้ว “เมื่อก่อนยังบอกไม่ให้พี่ดูถูกพี่ชายเธออยู่เลย ทำไมตอนนี้ตัวเองมาดูถูกเขาแทนแล้วล่ะลองคิดดูสิ เขาอยู่ต่างประเทศมาตั้งหลายปี งานแฟชั่นวีคใหญ่ๆ ก็ไปมาแล้วเขาจะไม่มีเซ้นส์ด้านแฟชั่นสักนิดเลยเหรอ? พี่กลับคิดว่าเขาน่าจะเป็นผู้ช่วยที่ใช้ได้คนหนึ่งของอวี่ซีเลยล่ะ”“ก็แล้วถ้าไม่มีจริงๆ จะไม่กลายเป็นภาระให้อวี่ซีเหรอคะ?”“ยังไงก็น่าจะให้เขาลองดู หรือเธออยากให้เขาไม่ทำการทำงานจริงจังไปตลอดชีวิต หรือจะให้เขาไปเป็นเด็กเสิร์ฟ?” อวี่เจ๋อกวาดตามองทั่วใบหน้าของอวิ๋นตั่ว เธอก้มหน้าลง พยายามที่จะไม่สบตาเขา “ถ้าเขาหาคุณค่าของตัวเองไม่เจอ ก็คงจะรู้สึกสิ้นหวังแบบนี้ไปตลอด เธออยากเห็นเขาเป็นแบบนั้นเหรอ?”อวิ๋นตั่วส่ายหน้า เหมือนนักเรียนที่ทำความผิดแล้วต้องเผชิญหน้ากับคุณครู เธอตอบกลับไปด้วยความจริงใจ “ไม่อยากค่ะ”“งั้นก็ดีแล้ว”“แต่ว่าอวี่ซีจะยอมเหรอคะ?”“พี่คุยกับอวี่ซีได้ คิดว่าเธอก็คงอยากให้เป็นแบบนั้น”“แต่ถ้าอวิ๋นเฉียวไม่ยอมล่ะคะ?” อวิ๋นตั่วมองอวิ๋นเฉียวที่นอนหลับอยู่“พี่จะคุยกับเขาเอ