อวิ๋นตั่วนั่งนิ่งไม่ขยับ ทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอควรจะปฏิเสธการกระทำของอวี่เจ๋อแต่เธอกลับถลำลึกลงไปโดยไม่ตั้งใจ เธอไม่อยากแสร้งทำเป็นเข้มแข็ง อยากซึมซับการปกป้องและดูแลจากเขา นึกอยากให้เวลาหยุดนิ่งอยู่ตรงนี้“กินข้าวกันได้แล้ว” ชูยินยืนส่งยิ้มให้ทั้งสองคนอวิ๋นตั่วรีบลุกขึ้นจัดทรงผมให้เรียบร้อย แล้วเดินไปนั่งลงที่โต๊ะด้วยท่าทางลนลาน“อาหารทั้งหมดนี่เป็นฝีมือแม่บ้านหลิว วันนี้แม่ได้เรียนวิธีการทำอาหารไปเยอะเลย”“เดี๋ยวผมไปเรียกคุณลุงออกมากินข้าวนะครับ”“อวี่เจ๋อ!” ชูยินรีบตะโกนเสียงดัง ทำให้คนทั้งบ้านหันมามองเธอด้วยความตกใจ เธอได้แต่ยิ้มขอโทษ แล้วเอ่ยเสียงตํ่า “ลุงเขาบอกป้าว่าไม่หิว คงไม่มากินด้วย เธอมานั่งเถอะจ้ะ”“แล้วพี่ล่ะคะ?” อวิ๋นตั่วถาม“อวี่ซีหางานให้ วันนี้เขาก็เลยไปสัมภาษณ์น่ะ”“สัมภาษณ์งานไม่น่าจะนานขนาดนี้นะคะ ไม่ใช่ไปวุ่นวายอยู่ในเมืองหรอกนะ?”“ไม่หรอกน่า เขามีเงินแค่ห้าสิบหยวน ทำอะไรไม่ได้มากหรอก”อวี่เจ๋อนั่งลงข้างอวิ๋นตั่ว เพราะโต๊ะมันตัวเล็กเกิน สองคนนั่งก็เบียดกันแล้ว ยากที่จะไม่สัมผัสถูกตัวกันได้ อวิ๋นตั่วขยับขึ้นไปด้านข้าง เบี่ยงม้านั่งให้เฉียงจนตัวเองแทบหล่น อวี่เจ๋อที่อยู่ข้างๆ ก็ช่วยรั้งไว้ “นั่งข้างพี่นี่แหละแม่บ้านหลิวอายุมากแล้ว จะไปเบียดกับเขาก็ไม่สะดวกเปล่าๆ”อวิ๋นตั่วชี้ไปตรงที่นั่งอีกที่ “ตรงนั้นก็ว่างอยู่แท้ๆ จะให้ฉันมาเบียดตรงนี้ทำไม?”“นั่นมันที่อวิ๋นเฉียว เดี๋ยวเขาก็