กลับมาแล้ว พี่เพิ่งโทรไปหา เขากำลังกลับมา”เพราะแบบนั้นอวิ๋นตั่วก็เลยก้มหน้าไม่พูดอะไรอีก เอาแต่พุ้ยข้าวเข้าปากจนกระทั่งมีเนื้อชิ้นหนึ่งถูกคีบมาใส่ถ้วย เธอถึงได้เงยหน้ามองคนที่คีบมาให้เขาส่งยิ้มให้ “ทำไมกินแต่ข้าวเปล่าๆ เดี๋ยวก็ขาดสารอาหารหรอก”“เหมือนว่าที่นี่จะเป็นบ้านของฉันนะ!” เธอเตือนเขาเขายิ้มอย่างหน้าไม่อาย “งั้นเธอคีบให้พี่หน่อยสิ”อวิ๋นตั่วชี้อาหารบนโต๊ะแล้วหันไปพูดกับแม่บ้านหลิว “แม่บ้านหลิว ทานสิคะ”“ป้าเกรงใจ เดี๋ยวป้าคีบเองดีกว่านะ” แม่บ้านหลิวยิ้มให้อวิ๋นตั่ว “หนูก็กินเนื้อเยอะๆ หน่อย ดูสิ ผอมจนมีแต่หนังหุ้มกระดูกหมดแล้ว สาวๆ สมัยนี้ต้องมีนํ้ามีนวลหน่อย ผอมไปไม่น่าดู ใช่ไหมคะ?”แม่บ้านหลิวหันไปมองชูยิน เธอเองก็รีบพยักหน้ารับ“จริงด้วยอวิ๋นตั่วน่ะลำบากมามากแล้ว ทั้งครอบครัวฝากความหวังไว้ที่เธอคนเดียว
ออกจากบ้านแต่เช้า กว่าจะกลับมาก็คํ่ามืด บางครั้งก็ออกไปเป็นอาทิตย์ นอนกลางดินกินกลางทราย นึกๆ ดูแล้วงานที่เธอทำไม่ใช่งานของผู้หญิงด้วยซํ้าไปแต่ฉันกลับช่วยอะไรไม่ได้เลยสักนิด”“หนุ่มสาวลำบากบ้างน่ะเป็นเรื่องที่ดีนะคะ อวิ๋นตั่วของเราปรับตัวเก่งมาตั้งแต่เด็ก ไม่เย่อหยิ่งเหมือนลูกคุณหนูคนอื่นๆ” แม่บ้านหลิวพูดปลอบชูยินยกมือเช็ดนํ้าตา ทุกครั้งที่นึกถึงความลำบากในช่วงหลายปีมานี้ของลูกสาว ก็เหมือนถูกมีดกรีดหัวใจทุกที“กินเยอะๆ ได้สารอาหารครบ จะได้มีแรง”อวี่เจ๋อคีบปลาใส่ถ้วยให้อวิ๋นตั่วอวิ