อวิ๋นตั่วกับกู่เลี่ยงพูดเสียงเบา ยุงที่อยู่ด้านข้างทนความเงียบไม่ไหว ส่งเสียงหึ่งๆ ไม่หยุด กู่เลี่ยงโบกมือกลางอากาศอยู่เป็นระยะ และถามอวิ๋นตั่วด้วยความสงสัย “ยาทากันยุงเธอหมดอายุหรือเปล่าเนี่ย ทำไมฉันรู้สึกว่าไม่ได้ผลสักนิดเลย**?”**อวิ๋นตั่วหยิบยาทากันยุงออกมาจากกระเป๋าเห็นเพียงวันหมดอายุด้านบนเขียนไว้ว่าวันที่สิบสองเดือนหก เธอจึงยิ้มอย่างรู้สึกผิด “ขอโทษนะฉันไม่รู้จริงๆ ว่ามันหมดอายุแล้ว เท่าที่จำได้เหมือนเพิ่งซื้อไปไม่นาน”“ไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนใช้ชีวิตได้พิถีพิถันแบบเธอเลย หมดกัน! เราทำได้แค่หวังให้ฟู่เข่อเจียเลิกงานเร็วหน่อย ไม่อย่างนั้นกลายเป็นมัมมี่แน่”กู่เลี่ยงหยิบกล้องถ่ายรูปขึ้นมาแล้วเล็งไปที่กลุ่มสต๊าฟที่อยู่ด้านล่าง เห็นฟู่เข่อเจียนั่งอยู่บนเก้าอี้ผ้าใบผ่านเลนส์กล้อง โดยมีผู้ช่วยหนึ่งคนคอยพัดอยู่ข้างๆ และอีกคนกำลังรินนํ้าให้“พอเปรียบเทียบกันแล้วน่าโมโหจริงๆ เธอดูสิว่าเขาใช้ชีวิตยังไง แล้วเราใช้ชีวิตยังไง?”“อิจฉาตาร้อน นายก็ไปเป็นนักแสดงด้วยสิ”“ฉันก็อยากนะ แต่ไม่มีใครมาตามฉันไปถ่ายหนังน่ะสิ หรือเธอจะคุยกับอาจารย์หลิวให้ ให้ฉันได้เซ็นสัญญากับบริษัทภาพยนตร์ในเครือของเขา?”“ฉันขอเตือนไว้ก่อนเลยนะ ถ้านายเอาฉันไปเกี่ยวข้องกับคนๆ นั้นอีก เราสองคนก็ไม่ต้องเป็นคู่หูกันแล้ว”“ฉันผิดไปแล้ว!”“ฉันออกไอเดียให้นายได้นะ ตอนนี้เขานิยมไลฟ์สดบนอินเตอร์เน็ตกันนายจะไลฟ์สดทุบก้อนหินบนอก หรือจะพ