ม่กลัวมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณ ชีวิตของฉัน ฉันจะลิ้มรสมันเอง จะหวานหรือขมก็ช่าง ฉันกลืนลงไปได้ทุกรสชาติ”อวิ๋นตั่วตะโกนเสียงดังใส่กู่เลี่ยง“ไปได้แล้ว! จะยืนกลัวอยู่ตรงนั้นทำไม?”กู่เลี่ยงวิ่งเข้ามาด้วยท่าทางใสซื่อ มองรถใหม่คันนั้นด้วยความอาลัยอาวรณ์ แล้วขึ้นไปนั่งบนรถเก่าของตัวเอง เขามองอวิ๋นตั่วที่นั่งอยู่ข้างคนขับทำท่าเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็เงียบไป ก่อนที่จะสตาร์ทรถพอขับไปได้ครึ่งทาง ในที่สุดเขาก็อดไม่ไหวจนต้องพูดออกมา “เป็นรถที่ดีมากเลยนะ ทำไมเธอไม่รับไว้ล่ะ? ฉันจะบอกอะไรเธอให้นะ เขาเป็นท็อปไฟว์ในอันดับหนุ่มโสดที่สาวทั้งโลกอยากแต่งงานด้วยนะ ถ้าเธอไม่ต้องการ ก็มีคนอีกมากมายที่จะพุ่งเข้ามาหาเขา เมื่อถึงตอนนั้นเธอมาเสียใจทีหลังก็ไม่ทันแล้ว”“อ้อ งั้นเหรอ? นายก็เป็นหนึ่งในนั้นสินะ?” อวิ๋นตั่วตอบด้วยสีหน้าไร้อารมณ์“ถ้าเขาชอบแนวนั้น ฉันก็ไม่ถือ!”รถขับมาถึงทางภูเขา ทางยิ่งขรุขระมากขึ้นเรื่อยๆ รถก็ยิ่งขับยากขึ้นด้วยสุดท้ายรถก็หยุดงานประท้วง อวิ๋นตั่วเห็นป่าไผ่ที่อยู่ไกลๆ มีเงาคนเยอะแยะจึงพูดกับกู่เลี่ยงว่า “พวกเขากำลังถ่ายหนังอยู่ข้างหน้า ถ้าขับไปข้างหน้าอีกหน่อยจะทำให้เป้าหมายเห็นได้ พวกเราเดินเข้าไปเถอะ”กู่เลี่ยงโบกมือขวาแล้วคว้าหมับ พอกางมือออก ยุงตัวหนึ่งก็ตายอยู่ในฝ่ามือเขา“เธอดูยุงที่นี่สิ ถ้าพวกเราเฝ้าอยู่แบบนี้ทั้งคืน คงโดนยุงกินจนไม่เหลือเศษกระดูกแน่”อวิ๋นตั่วหยิบยาทากันยุงจากประ