ิกลับมา แล้วถามว่า “คุณทานอะไรหรือยังคะ กับข้าวเย็นหมดแล้ว เดี๋ยวป้าไปอุ่นให้นะ”“ไม่ต้องแล้วครับ ผมทานมาแล้ว” อวี่เจ๋อพูด“ทานกับอวิ๋นตั่ว”“ครับ” อวี่เจ๋อตอบอย่างคลุมเครือ “พี่กุ้ยจือ รบกวนพาแม่บ้านหลิวไปพักผ่อนทีนะครับ”พี่กุ้ยจือประคองแม่บ้านหลิว กลับไปที่ห้องนอนของพวกเขาทางด้านชีซิงนั้น เขายังรู้สึกว่าไม่น่าเชื่อ “นายหาอวิ๋นตั่วเจอแล้วจริงๆเหรอ เธอทำงานที่นิตยสารนั่นจริงๆ ใช่ไหม”อวี่เจ๋อนั่งลงบนโซฟา สอดมือประสานกันเท้าคางไว้ “พวกเขาอยู่ในบ้านหลังเล็กๆ ที่ชานเมือง อวิ๋นอี้ฟานนั่งอยู่บนวีลแชร์ พูดอะไรก็ไม่ชัด ทั้งสี่คนในครอบครัว ใช้ชีวิตโดยอาศัยเงินเดือนอันน้อยนิดของอวิ๋นตั่วคนเดียว”“นายบอกว่าอวิ๋นตั่วแบกภาราชีวิตหนักอึ้งคนเดียวอย่างนั้นเหรอ บนไหล่เล็กๆ แบบนั้นน่ะนะ?” ชีซิงตกใจมาก“ก็ถูกบีบจนถึงจุดนั้น ไม่ทำแบบนี้แล้วจะทำแบบไหนล่ะ?”ชีซิงคิดไปคิดมา แล้วก็พูดว่า“ก็ถูกของนาย พอพ่อเธอทำบริษัทล้มละลาย ไม่นานก็เข้าห้องไอซียู พี่ชายก็ติดคุกอีก ถ้าไม่พึ่งพาเธอ แล้วจะพึ่งพาใครได้อีกล่ะ? ในเมื่อนายไปที่นั่นแล้ว ทำไมไม่พาเธอกลับมาล่ะ?”“ฉันตามหลังเธอไปจนเจอบ้านเธอ แต่ไม่กล้าลงจากรถ ไม่รู้จะเผชิญหน้ากับครอบครัวนั้นยังไง”“นายกำลังบอกว่านายไม่ได้เจออวิ๋นตั่ว แค่สะกดรอยตามเธอไปเหรอ?”“วันนี้เจอกันที่ออฟฟิศแล้ว แต่ในใจเธอยังมีปมอยู่”“เรื่องที่ทำไมจู่ๆ ตอนนั้นนายถึงได้หายตัวไปน่ะเหรอ?” แม้แต่คนซื่ออย่า