อวิ๋นตั่วไขว้แขนสองข้างวางบนโต๊ะ คางหนุนอยู่บนแขน จ้องมองใบหน้างดงามที่อยู่ในจอภาพ หลายปีมาแล้ว แต่เหมือนเขาไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดนั่งอยู่ตรงนั้น แม้จะไม่พูดอะไรก็ทำให้เพ้อถึงได้“เพียงลมพัด ผิวนํ้าก็เคลื่อนไหว”ไม่รู้ว่ากู่เลี่ยงโผล่มาอยู่ข้างหลังเธอตั้งแต่เมื่อไหร่ อวิ๋นตั่วรีบร้อนปิดภาพในคอมพิวเตอร์ ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เขียนบทความไป“ไม่ต้องมาทำกลบเกลื่อนเลย ฉันเห็นหมดแล้ว” กู่เลี่ยงหยิบเก้าอี้ตัวหนึ่งมา แล้วนั่งลงข้างเธอ “ไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิด ยังหล่อมากเหมือนเดิมถูกไหม?”“ฉันไม่รู้ว่านายกำลังพูดอะไร?”“อย่างเธอน่ะเรียกว่าทำตัวเหมือนสำนวน [1]„ที่นี่ไม่มีเงินสามร้อยตำลึง*‟ ถ้าใจเธอไม่มีเขาแล้วจริงๆ ก็คงไม่หลบเลี่ยงที่จะตอบคำถามฉันหรอก“นายไปที่อื่นเถอะ ฉันยังมีบทความที่ต้องเขียนให้เสร็จ อย่ามรบกวนฉัน”“เธอคิดจะซ่อนไว้ในใจแบบนี้ตลอดเลยเหรอ? เคยได้ยินเรื่องราวของหูลาไหม?” กู่เลี่ยงเริ่มพูด “เมื่อก่อนนี้มีพระราชาองค์หนึ่ง เขามีหูเป็นเหมือนหูลา?”อวิ๋นตั่วหยิบกระเป๋า ปิดไฟบนโต๊ะ แล้วเดินออกไปข้างนอกกู่เลี่ยงตามหลังไปแล้วถามว่า “เธอจะไปไหนน่ะ?”“เลิกงาน กลับบ้าน”“เธอบอกว่าจะรีบเขียนบทความไม่ใช่เหรอ?”“กลับไปเขียนที่บ้านก็เหมือนกันนั่นแหละ”กู่เลี่ยงตามไปถึงข้างนอก แล้วพูดว่า “ฟ้ามืดขนาดนี้แล้ว เดี๋ยวฉันไปส่งก็แล้วกัน”“ไม่ต้องหรอก ฉันขี่ลาน้อยของฉันก็ได้”ลาน้อยเป็นรถสคูเตอร์สีเงินคันหนึ่งของอวิ๋นตั