“พวกเจ้าว่าจ้าวจงฉีจะขับไล่คนของที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงกลับไปได้หรือไม่ จะรั้งคดีตรอกผิงคังไว้ได้หรือเปล่า” บริเวณนอกประตูซุ้มลายบุปผา ขุนนางระดับเก้าเอ่ยถามคนข้างกายเสียงแผ่ว
“ยาก แทบไร้ความหวัง ขนาดอู๋จงฉียังโดนเล่นงานเสียย่ำแย่ แล้วจ้าวจงฉีจะทำอันใดได้ ยุคสมัยนี้ขุนนางบุ๋นหาใช่พวกที่ใครจะไปตอแยได้ง่ายๆ”
“กองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมืองอย่างพวกเรา เคยแข็งข้อต่อหน้าพวกที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงตั้งแต่เมื่อใด ก่อนหน้านี้จ้าวจงฉีลั่นวาจาเสียดิบดีต่อหน้าท่านผู้บัญชาการ ทว่าพอกลับถึงห้องทำงานกลับเงียบกริบไร้ความเคลื่อนไหว ยามนี้คนของที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิงบุกมาเหยียบถึงถิ่น ดูทรงแล้วจ้าวจงฉีคงอับจนหนทางเช่นกัน”
“อย่างไรเสียจ้าวจงฉีก็ยังเยาว์วัย ต่อให้เป็นทายาทขุนนางบู๊ ทว่าด้วยระดับพลังบำเพ็ญเพียรเพียงเท่านี้ จะเอาปัญญาที่ไหนไปขับไล่อีกฝ่าย”
“พอเถอะ เลิกส่งเสียงดังได้แล้ว กองบัญชาการของพวกเรามันก็แค่ขุมกำลังเล็กจ้อย กระทั่งท่านผู้บัญชาการยังไม่กล้าออกหน้างัดข้อกับที่ว่าการเมืองเยี่ยนผิง พวกเรามายืนบ่นกันตรงนี้จะมีประโยชน์อันใด แยกย้ายกันไปเถอะ”
ระหว่างที่เหล่าขุนนางน้อยใหญ่กำลังจับกลุ่มกระซิบกระซาบด้วยความ