เทียนอี้คิดว่าหลายปีมานี้ ความสัมพันธ์ของเขากับอวิ๋นเฉียวก็ไม่ได้เลวร้าย เพราะแบบนั้นเขาคิดไม่ออกเลยจริงๆ ว่าทำไมฝ่ายนั้นถึงได้มีท่าทีแบบนี้ต่อเขา“อวิ๋นเฉียว ผมมีเรื่องจะคุยกับอวิ๋นตั่ว!”“อวิ๋นตั่วไม่มีอะไรจะคุยกับนาย ฉันขอเตือนนายให้อยู่ให้ห่างเธอไว้
ครอบครัวอวิ๋นเราไม่อยากจะต้องไปข้องเกี่ยวกับครอบครัวหยูของนาย เข้าใจไหม?”เทียนอี้รู้สึกว่าอวิ๋นเฉียวนั้นไม่มีเหตุผล เขามาถึงบ้านแล้วยังไงก็ถือว่าเป็นแขก จะมาทำตัวแบบนี้กับเขาได้ยังไง?“ให้ผมเข้าไปเถอะ ผมมีเรื่องจะคุยกับอวิ๋นตั่ว แค่ประโยคเดียวก็จะกลับแล้ว”“นายคิดว่าฉันไม่รู้ความคิดนายหรือยังไง? สิ่งที่นายคิดจะพูดน่ะไม่มีความหมายเลยสักนิด ที่อวี่เจ๋อไปวันนี้ก็เพราะจำเป็นต้องไป สุดท้ายอวิ๋นตั่วก็จะได้อยู่กับเขา นายไม่มีโอกาสเลยแม้แต่น้อย”“พี่นี่เป็นคนเนรคุณจริงๆ นึกถึงตอนนั้น ถ้าไม่ใช่เพราะผมพี่จะพาจือซ่านหนีไปได้อย่างราบรื่นแบบนั้นเหรอ?” เทียนอี้รู้ว่าความเจ็บในใจของอวิ๋นเฉียวอยู่ตรงไหน ถึงแม้จะคิดว่าการพูดถึงจื่อซ่านแบบนี้จะทำให้เหมือนการที่ตัวเองยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือพวกเขาในตอนนั้นเป็นเหมือนการทำเพื่อหวังผลตอบแทนในอนาคตก็เถอะ แต่เขากล้าสาบานต่อฟ้าเลยว่าตอนนั้นเขาช่วยเหลือด้วยความจริงใจจริงๆ“ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าจือซ่าน ไม้พลองในมือฉันคงฟาดนายไปแล้ว! เทียนอี้ ฉันรู้ว่านายไม่ใช่คนไม่ดีอะไร แต่เรื่องของนายกับอวิ๋นตั่วมันเป็นไปไม่ได้