มันไม่ใช่เพราะว่านายมีอะไรไม่ดี ถ้าจะโทษก็ต้องโทษที่นายเป็นลูกชายของหยูอี้ซิน” อวิ๋นเฉียวว่า“ทำไม?”การเป็นลูกชายของหยูอี้ซินทำให้เขาได้รับความสะดวกสบายหลายอย่าง ถึงแม้เขาจะรู้ว่าชื่อเสียงของผู้เป็นพ่อไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก แต่พอมาเกี่ยวข้องกับเรื่องความรักของเขาแบบนี้ก็ทำให้เขาตกใจอยู่ไม่น้อย“เพราะจือซ่านเหรอ?” เขามองอวิ๋นเฉียว“นายกลับไปถามพ่อของนายเองเถอะ!” จบคำ อวิ๋นเฉียวก็ปิดประตูลงเทียนอี้ไม่พอใจ เขาพยายามที่จะกระโดดยืดคอเรียกอวิ๋นตั่วอยู่นอกกำแพงรั้ว แต่ร้องจนเสียงแห้ง อีกฝ่ายก็ไม่ได้ยินอวิ๋นตั่วอยู่ในห้องของตัวเอง ในมือมีโทรศัพท์บ้านกับมือถือ สลับกันกดเบอร์โทร ทว่าสิ่งที่ได้รับนั้นก็มีเพียงเสียงราบเรียบที่ดังมาตามสาย “ไม่มีสัญญาณตอบรับจากหมายเลขที่ท่านเรียก กรุณาติดต่อใหม่อีกครั้งค่ะ”หลังจากนั้นเธอก็เริ่มกระวนกระวาย ตะโกนเสียงลั่นใส่โทรศัพท์แล้ว“พูดเป็นแค่ประโยคเดียว พูดประโยคอื่นไม่เป็นแล้วหรือไง!”เธอโยนโทรศัพท์ โยนมือถือ แล้วเริ่มระบายอารมณ์อยู่ในห้อง โยนทุกอย่างที่ขวางหน้าจนทั้งห้องเละเทะไปหมด โยนทุกอย่างจนหมดแรง ชูยินยืนอยู่หน้าประตู อยากจะเข้าไปแต่ก็ถูกอวิ๋นเฉียวห้ามไว้“ให้เธอสงบสติอารมณ์คนเดียวสักพักเถอะครับแม่”“เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่?”อวิ๋นเฉียวไม่ได้ตอบ เขาเพียงแต่ประคองผู้เป็นแม่เดินลงมาข้างล่าง“เดี๋ยวผมให้แม่บ้านหลิวเคี่ยวซุปให้นะครับ”“เฮ้อ ตอนนี้แม่ยังกินอะไรลงที่