ตอนที่เทียนอี้มาถึงโรงแรมคนก็กลับไปเยอะแล้ว เหลือเพียงเฉินอวี้ ลั่วเสวี่ย และก็ฉงหรง เขาไม่ได้อยากมาเลย แต่พอคิดๆ ดูแล้วนี่ก็แค่งานหมั้นเท่านั้น ถ้าเขาไม่มา นั่นก็ไม่ได้แสดงว่าตนยอมแพ้แล้วหรอกเหรอ?ผลปรากฏว่าพอถึงประตูทางเข้าโรงแรม เขาก็เห็นลั่วเสวี่ยกับฉงหรงเดินออกมาอย่างหงอยเหงา โดยที่มีเฉินอวี้ตามมาข้างหลัง เหมือนกับว่าอารมณ์จะไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก“เป็นอะไรไป ทำไมพวกเธอออกมาแล้วล่ะ งานจบแล้วเหรอ?” เทียนอี้เข้ามาถาม“จบแล้ว” ฉงหรงตอบเทียนอี้ตกตะลึงมาก “เร็วขนาดนั้นเลย? ถึงจะเป็นงานหมั้นก็เถอะ แต่หลิวอวี่เจ๋อจะไม่ใส่ใจเกินไปแล้ว นี่เพิ่งกี่โมงเอง? ไม่อยู่ทานข้าวกับพวกเธอเลยเหรอ?”“ไม่มีงานหมั้นหรอก อาจารย์หลิวไม่อยู่แล้ว” ลั่วเสวี่ยว่า“อาจารย์หลิวไม่อยู่แล้ว หมายความว่ายังไง?”“อาจารย์หลิวไม่มา งานหมั้นก็เลยถูกยกเลิกไปโดยปริยาย” ฉงหรงตอบเทียนอี้รู้สึกดีใจมาก “จัดงานไม่สำเร็จ ดีจริงๆ เลย!”ฉงหรงกับลั่วเสวี่ยมองเขา แล้วพูดอย่างไม่เกรงใจว่า “นายแสดงออกชัดเจนเกินไปหรือเปล่าว่ามีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น?”“ฉันรู้สึกว่าเป็นเรื่องดีนะ อย่างไรซะฉันก็มีลางสังหรณ์นานแล้ว พวกเขาสองคนไม่เหมาะสมกัน”เฉินอวี้ที่อยู่ข้างหลังพุ่งเข้ามา ยกหมัดชกเทียนอี้ไปหนึ่งที การที่อวี่เจ๋อหายไปอย่างกะทันหันทำให้เขากลุ้มใจมากบรรดาแขกที่มากันต่างก็วิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้ ทุกคนบอกว่าอวี่เจ๋อไม่มีความรับผิดชอบ ในฐานะที