พออวิ๋นอี้ฟานเข้าไปในห้องหนังสือ อวิ๋นเฉียวก็ตามเข้าไปด้วย เขาปิดประตูเพื่อความปลอดภัย จากนั้นถึงหันมามองผู้เป็นพ่อ“ต้องทำแบบนั้นจริงๆ เหรอครับ เราไม่มีทางอื่นแล้วเหรอ?”“ลูกคิดว่าถ้ามีทางอื่นพ่อจะเดินทางนี้เหรอ”“ถ้าจำเป็นต้องทำจริงๆ งั้นเอายามาให้ผม ผมจะทำเอง!”อวิ๋นอี้ฟานฝืนยิ้มด้วยความปวดใจ “อวิ๋นเฉียว ลูกเป็นลูกชายของพ่อคิดว่าพ่อไม่รู้เหรอว่าลูกเป็นคนยังไง? อย่าว่าแต่ฆ่าคนเลย ฆ่านกสักตัวลูกยังไม่กล้าเลยด้วยซํ้า อีกอย่างนะ ลูกคิดว่าถ้าลูกทำพ่อจะหลุดพ้นไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างนั้นเหรอ? ไม่มีประโยชน์หรอก ถ้าตรวจสอบออกมาจริงๆ แล้วพ่อเป็นตัวการ ลูกก็จะเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด ในเมื่อเป็นแบบนั้นลูกแกล้งทำเป็นไม่รู้ไม่ดีกว่าเหรอ ถ้าพ่อเกิดเรื่องอะไรขึ้นมา ลูกก็จะได้ดูแลแม่กับน้องให้ดี”อวิ๋นเฉียวตัวสั่น เขายังอยากพยายามรักษาความสงบเยือกเย็น แต่สองขาตอนนี้กลับดูเหมือนจะหมดแรง เขาค่อยๆ ขยับเข้าพิงพนัง เอาแรงโน้มถ่วงฝากไว้กับผนัง “นี่มันเป็นการฆ่าคนนะครับพ่อ!”อวิ๋นอี้ฟานรีบเข้ามาปิดปากลูกชาย พูดเสียงตํ่า“อย่าพูดคำพวกนี้ออกมาเข้าใจไหม? พ่อบอกกี่ครั้งแล้วว่าให้ลูกทำเป็นไม่รู้เรื่อง”“แต่ผมรู้นี่ครับ!” อวิ๋นเฉียวทรุดตัวลงกับพื้น “คนคนนั้นเป็นเพื่อนของผม เป็นแฟนของอวิ๋นตั่ว เขาทำผิดอะไร แค่เพราะไม่ยอมให้หยูอี้ซินได้โปรเจคนั้นไป เขาก็เลยสมควรตายอย่างนั้นเหรอครับ?”“ไม่ต้องพูดแล้ว!” อวิ๋นอี้ฟานใกล้หมดคว