้วย” อวี่เจ๋อพูด“เจ้าของรถไม่ได้หนีเหรอ?” สิ่งนี้ทำให้อวิ๋นอี้ฟานตกใจเล็กน้อย แต่พอคิดดูก็เข้าใจแล้ว พวกนั้นแค่อยากตักเตือน อวิ๋นตั่วแค่บาดเจ็บเล็กน้อยย่อมไม่จำเป็นต้องหลบหนี“คุณอาครับ ช่วงนี้มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ?” อวี่เจ๋อถาม“เรื่องอะไร? ฉันจะมีเรื่องอะไรได้?” อวิ๋นอี้ฟานไม่อยากเสียหน้าต่อหน้าอวี่เจ๋อ เมื่อนึกถึงคำพูดที่พูดต่อหน้าเขาเมื่อหลายวันก่อน ถ้าอวี่เจ๋อรู้ถึงสภาวะตกอับของเขาตอนนี้คงจะหัวเราะเยาะสินะ? ต่อให้คนๆ นี้ควบคุมตัวเองได้ ไม่หัวเราะเยาะ แต่ก็ช่วยเหลืออะไรไม่ได้อยู่ดี ถ้าเขาไปบอกกับอวิ๋นตั่วขึ้นมา แบบนั้นก็จะทำให้คนทั้งบ้านเป็นห่วงเขาพอนึกถึงตรงนี้ เขาก็แสร้งทำเป็นหัวเราะเยาะผ่อนคลาย “อยากให้เกิดเรื่องซวยกับฉันใช่ไหมล่ะ จะได้ทำให้เธอมีความสุขอย่างนั้นสิ?”อวี่เจ๋อรู้สึกได้ลางๆ ว่าอวิ๋นอี้ฟานนั้นแปลกไป แม้จะคบค้าสมาคมกันไม่บ่อยนัก แต่ก่อนหน้านี้บางครั้งเวลาเจอหน้ากัน จากคำพูดก็จะดูออกได้ว่าเขาเป็นนักธุรกิจที่มีความคิด มีความรู้ประสบการณ์มากมาย สามารถพูดได้ว่าไม่ใช่โชคดีในบางครั้งบางคราวแน่ เขามีศักยภาพปรากฏอยู่ วันนั้นที่ไปหาตนที่หอพัก สาเหตุที่คำพูดเหล่านั้นทำให้ตนโกรธ เพราะสีหน้าท่าทางที่ดูถูกเย้ยหยัน ทำให้ตนรู้สึกมองตัวเองตํ่าต้อย แต่อวิ๋นอี้ฟานในวันนี้ทำให้อวี่เจ๋อรู้สึกว่าเขาแข็งนอกอ่อนใน ที่ทำหน้าบูดบึ้งนั้นก็เพื่อปกปิดความอ่อนแอในใจเอาไว้ขณะอวี่เจ๋อกำลังจ้อ