อวิ๋นอี้ฟานกับผู้ช่วยมองหน้ากันเลิกลั่ก ตอนนั้นเองโทรศัพท์อวิ๋นอี้ฟานก็ดังขึ้น เขาดูชื่อที่แสดงเป็นชูยินที่โทรมา ปกติชูยินจะไม่ค่อยโทรมาตอนที่เขาทำงาน เธอชอบเก็บเรื่องไว้รอตอนกลับบ้านทีเดียวเพื่อพูดต่อหน้าเขาพอรับโทรศัพท์ เสียงของชูยินก็แสดงชัดมากว่าร้องไห้อยู่ “คุณอยู่ไหนคะ?”“เป็นอะไรไป?”“อวิ๋นตั่ว เกิดเรื่องกับอวิ๋นตั่วแล้วค่ะ!”อวิ๋นอี้ฟานรู้สึกเหมือนโดนคนกรีดหัวใจอย่างกะทันหัน เลือดสดไหลออกมา ที่หลังมีเหงื่อแตกพลั่ก “ตอนนี้คุณกับลูกอยู่ที่ไหน?”“ที่โรงพยาบาลค่ะ”อวิ๋นอี้ฟานวางสาย แล้วรีบไปโรงพยาบาลทันทีพอถึงโรงพยาบาล ก็พบว่าอวิ๋นตั่วกำลังพันแผล แต่ผิวหนังที่มือขวาปริเล็กน้อยเล็กน้อย ไม่ได้ร้ายแรงอะไรมาก แต่บริเวณผิวหนังที่บาดเจ็บใหญ่มาก ทายาแดงไว้แบบนี้ น่าเกลียดน่ากลัวมากจริงๆ แต่วันมะรืนเธอต้องจัดงานหมั้นแล้ว ชุดสองชุดที่สั่งไว้ก็ไม่มีแขนเสื้อ ปิดบังบาดแผลไม่ได้ ทำให้เธอทุกข์ใจจนร้องไห้ออกมา!“ทำไมไม่ระวังแบบนี้ล่ะลูก?” อวิ๋นอี้ฟานถาม“เพิ่งจะเดินออกจากศูนย์การค้าก็มีรถคันหนึ่งพุ่งมาชนค่ะ โชคดีที่หนูหลบทัน ไม่อย่างนั้นคงไม่ได้บาดเจ็บแค่แขนแล้วล่ะค่ะ” อวิ๋นตั่วพูด“ลูกก็ไม่ไหวเหมือนกัน แม่บอกตั้งกี่ครั้งแล้วว่าเดินถนนให้ระวัง ไม่ฟังแม่เลย ลูกคิดว่าตัวเองเป็นก้อนเมฆบนฟ้าเหรอ รถถึงชนไม่ได้น่ะ!” ชูยินว่าอวิ๋นอี้ฟานโอบลูกสาวไว้ในอ้อมอก ไม่ยอมปล่อยอยู่นาน อวิ๋นตั่วโดนเขากอดจนหายใจไม่ออก