อู๋เซี่ยนสับวาจาหนักแน่นดั่งขุนเขา นัยน์ตาเรียวเล็กแดงก่ำดุดัน “ตอบมาคำเดียว… เจ้าจะแย่งฮู่เอ้อร์เหนียงกับข้าหรือไม่”
จ้าวหนิงยกนิ้วโป้งให้คารวะจากใจ “ข้าไม่แย่งแน่ เจ้าเก็บกดมาสิบหกปี ไม่กล้าแม้แต่จะสนทนากับสตรี คาดไม่ถึงว่าพอตัดสินใจก้าวขา ก้าวนี้จะยาวเหยียดทะลุฟ้า พุ่งเป้าไปที่สตรีหม้ายวัยใกล้สามสิบ ข้าขอเตือนไว้ก่อน... ไม่กลัวก้าวยาวเกินไปจนเป้าฉีกหรืออย่างไร”
ได้คำรับรอง เว่ยอู๋เซี่ยนพลันอารมณ์ดีเป็นปลิดทิ้ง ถูมือไปมาพลางหัวเราะแหะๆ อย่างโง่งม “ลูกผู้ชายย่อมต้องมีวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่… ก้าวเดียวถึงจุดหมายจะมีอันใดไม่ดีเล่า”
จ้าวหนิงหมดคำจะเอ่ย ได้แต่ลอบอวยพรให้สหายสมหวังคว้าใจโฉมงามมาครอง สองบุรุษพลิกกายขึ้นหลังม้า นำผู้ติดตามควบตะบึงฝุ่นตลบมุ่งหน้ากลับกองบัญชาการทหารลาดตระเวนเมือง
ริมหน้าต่างชั้นสองแห่งหออี้ผิ่น ฮู่หงเหลียนและซูเยี่ยชิงทอดสายตามองส่งอาคันตุกะจากไป สตรีผู้พี่ทอดถอนใจแผ่วเบา “ข้าเคยปรามาสว่าคุณชายตระกูลใหญ่ล้วนเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ คาดไม่ถึงว่าจ้าวหนิงกับเว่ยอู๋เซี่ยน สองวีรบุรุษวัยเยาว์คู่นี้ จะมีความคิดอ่านลึกล้ำและใจคอกว้างขวางปานนี้ ดูท่า… แม้พวกคุณชายสูงศักดิ์จะไม่เคยกลืนกินควา