พออวิ๋นเฉียวเดินออกไปแล้ว อวิ๋นตั่วก็ลุกขึ้นเดินออกไปบ้าง ทำให้อวี่เจ๋อต้องรีบเช็คบิลแล้วตามออกไป“อวิ๋นตั่ว” อวี่เจ๋อเดินตามหลังอย่างน่าสงสาร “พี่ยังไม่ได้กินข้าวเลยนะ?”“พี่ก็ไปกินสิคะ หนูไม่ได้ห้ามพี่ซะหน่อย”“แต่ว่าเธอไม่ไปเป็นเพื่อนพี่ พี่จะกินลงได้ยังไงล่ะ?”“ตลกแล้วค่ะ พูดอย่างกับว่าพี่ไม่ได้กินข้าวมาหลายวันแล้วอย่างงั้น”“ถ้าพี่บอกว่าพี่ไม่ได้กินข้าวมาสองสามวันแล้วจริงๆ เธอจะเชื่อไหม?”“ไม่เชื่อ!”“เธอลองดูพี่สิ ผอมไปหมดแล้ว เพราะไม่ได้กินข้าวน่ะ”อวิ๋นตั่วหยุดเดิน มองเขาอย่างพิจารณาแวบหนึ่ง “หนูว่าสีหน้าพี่สดใสเปล่งปลั่ง กินดีมีสุข สองสามวันมานี้พี่ต้องใช้ชีวิตได้สุขสำราญแน่ๆ เลย”“ที่ไหนกันล่ะ เธอลูบหน้าพี่ดูสิ หนังหุ้มกระดูกทั้งนั้น” อวี่เจ๋อพูดพลางคว้ามือของอวิ๋นตั่วมาจะให้เธอลูบหน้าของเขาอวิ๋นตั่วสะบัดมือออก “บนถนนแบบนี้ อย่ามาทำรุ่มร่ามนะคะ”“พี่อีคิวตํ่าเกินไป ไม่รู้วิธีง้อสาวๆ เขาบอกว่าพวกผู้หญิงชอบแบดบอยตามตื้อโหดๆ” อวี่เจ๋อว่า“ทำไมเรื่องอะไรดีๆ นี่ไม่เคยรู้ รู้แต่อะไรที่แย่ๆ คะ?”“ที่เขาพูดไม่ถูกเหรอ? งั้นพี่ไม่เชื่อที่เขาพูดแล้ว”อวิ๋นตั่วมองดูท่าทางเขาแล้วก็อดขำไม่ได้ “ดูท่าทางพี่ในตอนนี้สิยังกับเด็กเลย ไม่รู้จักอายเลยสักนิด!”“พี่ขอโทษตอนนี้ยังทันไหม?”“ไม่ทันแล้วค่ะ!”“จริงเหรอ?”อวิ๋นตั่วกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ปากของอวี่เจ๋อก็ประกบลงมาก่อนโดยไม่ทันตั้งตัว“ว้าว!” เธอร้องขึ