ายละเอียดได้ดีใช่ไหม?”อวิ๋นตั่วมองไปทางที่นั่งด้านหลัง “ฉันไปนั่งข้างหลังเองดีกว่า ฉันชอบนั่งข้างหลัง”สวีเหว่ยไม่เข้าใจว่าจะประจบสักหน่อย แต่ทำไมกลายเป็นราดนํ้ามันลงกองไฟไปเสียได้ทว่าเพื่อนร่วมชั้นผู้หญิงคนหนึ่งก็ดึงเขาไว้ “พูดให้น้อยๆ หน่อย สองคนนั้นทะเลาะกันแน่ๆ เลิกหันไปได้แล้ว ถ้าไม่อยากโดนลูกหลงก็อยู่ให้ห่างๆพวกเขาไว้”เช่นนั้นสวีเหว่ยก็เลยรีบหาที่ว่างนั่งลงทันทีการแข่งขันหนึ่งสัปดาห์ อวิ๋นตั่วกับอวี่เจ๋อแทบจะไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยทุกครั้งเวลาที่อวี่เจ๋อเสนอไอเดียอะไร อวิ๋นตั่วจะตอบเพียงแค่ “หนูเข้าใจแล้วค่ะ” ด้วยนํ้าเสียงเรียบเฉยทุกคนต่างสรุปเป็นเสียงเดียวกันว่าบรรยากาศมันแปลกไปมากๆ“อย่าเอาเรื่องส่วนตัวมาปะปนกับการแข่งขันนะ เราเป็นทีมเดียวกัน เขาเป็นโค้ช คำพูดของเขายังไงเธอก็ต้องฟัง” สวีเหว่ยแอบเตือนเธอเงียบๆ“ฉันก็ฟังนี่ ทุกครั้งที่เขาแนะนำ ฉันก็พยายามแก้ไขตามแล้ว”สวีเหว่ยถอนหายใจ “พวกเธอมีเรื่องอะไรกันแน่ ไหนว่าเป็นเนื้อคู่กันไงมีความรู้สึกร่วมกันมาสิบกว่าปี ไม่มีอะไรพลัดพรากทำลายได้ไม่ใช่เหรอ?”“เรื่องส่วนตัวของคนอื่นนายอย่ายุ่งเลย” อวิ๋นตั่วเตือนเขา“ก็ได้ ถือว่าฉันปากมากไปเองก็แล้วกัน”พรุ่งนี้จะเป็นการแข่งขันครั้งสุดท้ายแล้ว อวี่เจ๋อตัดสินใจไปคุยกับอวิ๋นตั่วเขาคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าอวิ๋นตั่วจะโกรธมากถึงขนาดนี้ หกวันเต็มๆ ที่เธอทำหน้าบูดบึ้งใส่เขาคิดมาตลอดว่าวันนั้นที่เธอบอกเลิกก