อนเธอถึงดูไม่ออกนะ? คงเป็นเพราะเธอคิดเองเออเองไปคนเดียว เพราะอย่างนั้นถึงได้เห็นแต่ด้านดีของเขาเลยมองข้ามข้อเสียของเขาไปเหรอลั่วเสวี่ยกับฉงหรงกลับมาจากโรงอาหารก็เหมือนไปกินยาโดปมาอย่างไรอย่างนั้น ส่งเสียงดังกระโดดโลดเต้นจนอวิ๋นตั่วต้องไปยืนส่องดูอยู่ที่หน้าต่าง พอมองลงไปข้างล่างถึงได้รู้ว่ามีผู้ชายคนหนึ่งกำลังจุดเทียน ถือช่อกุหลาบสีขาวตะโกนเรียกชื่ออวิ๋นตั่วอยู่ตรงนั้น“ใครอ่ะ?” มืดแล้ว อวิ๋นตั่วเองก็มองใบหน้าชายคนนั้นไม่ค่อยถนัด ฟังเสียงแล้วคล้ายๆ จะเป็นเทียนอี้ เพียงแต่เรื่องไร้รสนิยมขนาดนี้ดูไม่เหมือนเรื่องที่เขาจะทำได้“เทียนอี้น่ะ ดูเหมือนกำลังจะสารภาพรักเธอเลยนะ นี่ก็ยืนมาตั้งนานแล้ว เธอไม่รู้เลยเหรอ เธอดูคนที่ยืนอยู่ข้างล่างนั่นสิ” ลั่วเสวี่ยว่าคนที่มายืนมุงดูข้างล่างนั้นกลับมีเยอะแยะมากมาย แต่ละคนเอาแต่ถือโทรศัพท์ และก็ไม่เข้าใจว่ามีอะไรน่าถ่ายนักหนา“เยี่ยม รายการของพวกเรามีอะไรเด็ดๆ แล้ว ฉันก็ว่าจะถ่ายรูปสักหน่อย” อวิ๋นตั่วพูดขึ้นบ้างลั่วเสวี่ยกับฉงหรงมองตาค้าง ก่อนจะบอกเธอด้วยความหวังดี “นั่นเขากำลังจะสารภาพรักกับเธอนะ!”“ฉันรู้น่า การสารภาพรักน่ะเป็นเรื่องของเขา แต่การถ่ายภาพเด็ดไว้ทำรายการเป็นเรื่องของเราไม่ใช่เหรอ นี่ไม่ดีเหรอไง ต่างคนต่างได้ วินๆ ด้วยกันทั้งคู่”อวิ๋นตั่วหยิบมือถือเดินลงไปข้างล่าง เบียดกลุ่มผู้คนที่มุงดูอยู่แน่นขนัดจากด้านนอกเข้ามาถึงด้านใน ถ่ายเก็บภาพจำน