สิ้นคำ จ้าวหนิงปรายตามองเว่ยอู๋เซี่ยนด้วยแววตาระอา “เจ้าเลิกชะเง้อคอเสียที ลำพังก็ไร้คออยู่แล้ว ยิ่งทำท่าเช่นนี้ยิ่งดูคล้ายคางคก พิลึกกึกกือจนข้าอยากจะหัวเราะ”
กล่าวจบเขาก็หลุดหัวเราะร่วนออกมาจริงๆ เป็นการตอกย้ำถ้อยคำหยามเหยียดของตน
“บัดซบ! ข้าไร้คอแล้วมันน่าภาคภูมิใจนักหรือ! เจ้ามีคอแล้วเหตุใดไม่แบ่งข้าสักครึ่งเล่า” เว่ยอู๋เซี่ยนหดคอที่ไม่มีอยู่แล้วกลับไป ใบหน้าอวบอูมถมึงทึงด้วยความขุ่นเคือง รู้สึกว่าสหายช่างแล้งน้ำใจ ด่าทอเขาเป็นคางคกโดยไม่รักษาน้ำใจแม้แต่น้อย
ทั้งสองหยอกล้อกันพอหอมปากหอมคอ ก่อนจะก้าวพ้นห้องทำงานสู่ลานกว้าง เบื้องหน้ามีคนกว่าสิบชีวิตตั้งแถวรอรับคำสั่งอย่างเป็นระเบียบ ทั้งหมดล้วนเป็นผู้บำเพ็ญเพียรระดับคุมปราณ รั้งตำแหน่งหัวหน้าน้อยใหญ่ในกองบัญชาการ
กองบัญชาการลาดตระเวนเมืองกุมอำนาจพิทักษ์ความสงบในเมืองหลวง มีขุมกำลังประจำการกว่าพันนาย จ้าวหนิงในฐานะ ‘จงฉี’ กุมอำนาจสั่งการทหารสามร้อยกว่าชีวิต ภายใต้การนำของผู้บังคับกองสามนายซึ่งรวมถึงเว่ยอู๋เซี่ยน ถัดลงไปคือหัวหน้าหมวดที่คุมกำลังย่อยยี่สิบนาย โครงสร้างนี้ถอดแบบมาจากระบบกองทัพต้าฉีทุกกระเบียดนิ้ว
ท่ามกลางนายทหารระดับหัวกะทิ ย่อมมีสายเลือดตร