ออกงานกับพ่อแม่ ดังนั้นปีใหม่สำหรับอวิ๋นตั่วแล้วก็ไม่ต่างกับการสู้รบเลยสักนิดอวี่เจ๋อคิดอยู่นาน แต่แล้วก็ไม่ได้โทรหาเธอ คิดว่าเธอต้องกำลังสู้ในสนามรบอยู่แน่ในตอนนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น เมื่อมองเบอร์ที่โชว์อยู่หน้าเจอ ก็พลอยทำให้เจ้าตัวยิ้มบางๆ ออกมาอย่างไม่รู้ตัว หรือว่าใจจะสื่อถึงกันได้?อวิ๋นตั่วเป็นคนโทรมา นํ้าเสียงจากปลายสายฟังดูน้อยอกน้อยใจ “พี่อยู่ไหนคะ?”“อยู่หอ”“ทำไมวันนี้ยังอยู่ในมหา‟ลัยอีกล่ะคะ ตั้งหลายวันแล้วพี่ก็ไม่โทรมาหาหนู ถ้าหนูไม่โทรไป พี่ก็จะไม่โทรมาใช่หรือเปล่า?”เหมือนเขาจะได้ยินเสียงสะอื้นแว่วมาจากปลายสายด้วย จนพลอยทำให้หัวใจบีบรัด รู้สึกปวดใจขึ้นมา “พี่แค่อยากรีบทำงานให้เสร็จ จะได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันไง”เฉินอวี้ที่อยู่ข้างๆ ก็ทำตัวปากมากขึ้นมา “ได้ยินไหม พูดกับลูกศิษย์ตัวน้อยล่ะพูดดีเชียว สองมาตรฐานกับเราเลย”อวี่เจ๋อรำคาญกับความพูดมากของเพื่อน เขาลุกขึ้น แล้วเดินออกไปนอกห้อง ปิดประตูลงเบาๆ “ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน?”“หนูอยู่บ้านพี่นั่นแหละ วันนี้เป็นวันที่ 3 ของตรุษจีน พี่ลืมไปแล้วเหรอคะ?”“อ่า!” เขาตบหน้าผากตัวเอง ให้ตายสิ เขาลืมจริงๆ ทุกวันที่ 3 ของปีใหม่ อวิ๋นตั่วกับแม่ของเธอจะไปสวัสดีปีใหม่ที่บ้านเขา “รอแปปนะ เดี๋ยวพี่รีบกลับไป”“จริงนะคะ!” เสียงของอวิ๋นตั่วดูร่าเริงขึ้นมาอวี่เจ๋อวางสายแล้วกลับเข้าห้อง พูดกับเพื่อนร่วมศึกทั้งสามด้วยความขอโทษ “งานที่เหลือต้องรบ