าเขาแพ้แล้ว” เทียนอี้พูดอวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “พ่อนายแพ้ แล้วนายยังดีใจอยู่อีกเหรอ”“ก็แค่เป็นการทำธุรกิจครั้งหนึ่งเอง แพ้แล้วก็เศร้า ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วหรือไง?”“นายกลับไม่คิดมากเนอะ!”“ฉันไม่สนใจเรื่องของเขาหรอก สำหรับฉันเขาก็เป็นแค่ตู้ ATM แค่มีเงินก็พอแล้ว ขอแค่เขาไม่ล้มละลาย ธุรกิจเขาจะใหญ่หรือเล็กฉันก็ไม่สน”อวิ๋นตั่วตกตะลึงในใจ นึกไม่ถึงว่าความสัมพันธ์ของเขากับพ่อจะแย่ถึงขั้นนี้ เท่าที่เธอรู้มาหยูอี้ซินให้ความสำคัญกับลูกชายคนเดียวคนนี้มาตลอดมุ่งจะให้เขาสืบทอดธุรกิจ“คำพูดนี้ของนาย ถ้าพ่อนายได้ยินคงปวดใจมากแน่ๆ”“เขาก็ควรลิ้มลองรสชาติของความปวดใจดูซะบ้าง”อวิ๋นตั่วนึกถึงข่าวเมื่อสองสามวันก่อนที่บอกว่ารุ่ยอิ่งหย่าแล้ว
ในอินเตอร์เน็ตพูดกันรุนแรงมาก เธอแต่งงานไม่ถึงสองเดือน เข้าไปอยู่บ้านหยูแล้วเจอวิกฤติใหญ่ ยังนั่งก้นไม่ทันร้อนก็ถูกไล่ออกไปซะแล้วอวิ๋นตั่วมองเทียนอี้ด้วยสายตาที่มี่ความหมายลึกซึ้ง และรู้สึกปวดใจเล็กน้อยกับเพื่อนผู้ซึ่งไม่แคร์อะไรสักอย่างคนนี้