ำไมล่ะ?”อวิ๋นตั่วถูกฉงหรงพยุงซ้ายพยุงขวาจนไปถึงบันไดขึ้นห้องเรียน เทียนอี้ได้ยินว่าอวิ๋นตั่วจะมา เขาก็เลยรีบจองที่นั่งสามที่ไว้ให้พวกเธอ แถมยังเตรียมชานมไว้ให้คนละแก้วด้วยอวิ๋นตั่วพอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมลั่วเสวี่ยกับฉงหรงจะต้องดึงดันลากเธอมาให้ได้ ก็เพื่อความสะดวกนั่นเองในเมื่อมาแล้วก็จงอยู่อย่างสงบสุขเถิด อวิ๋นตั่วรับชานมมาแล้วนั่งลง
เทียนอี้เข้ามานั่งข้างเธอแล้วพูดว่า “ฉันอยากขอบคุณเธอมาตลอด ขอบคุณที่ช่วยพูดให้ฉัน ฉันสอบผ่านแล้ว ได้หกสิบคะแนนพอดี ช่วงนี้ไม่ได้เจอเธอเลยเธอยุ่งอะไรอยู่เหรอ?”“ยุ่งอยู่กับการมีความรักน่ะสิ!” อวิ๋นตั่วพูด“ขี้โม้ ฉันรู้ตารางงานของหลิวอวี่เจ๋อดีกว่าเธออีก เขากำลังยุ่งเรื่องสมาร์ตซิตี้เมื่อวานเขาพาเจ้าของร้านหม้อไฟอีกสองคนไปโจมตีโปรแกรมเมอร์บริษัทอื่นหมดแล้ว เขามีเวลาไปสวีทหวานกับเธอด้วยเหรอ”อวิ๋นตั่วไม่รู้ข่าวนี้จริงๆ โจมตีแล้ว แบบนี้ก็แปลว่าเรื่องเจรจาร่วมงานกันก็คอนเฟิร์มได้แล้วน่ะสิ? ใช่แล้ว ใกล้จะฉลองปีใหม่แล้ว ถ้ายังไม่คอนเฟิร์มก็น่าหนักใจในประสิทธิภาพอยู่นะ แต่ต่อไปนี้จะยุ่งกว่าเดิมหรือเปล่า?“บริษัทพ่อนายประมูลได้เหรอ?” อวิ๋นตั่วพูดเทียนอี้หัวเราะอย่างรู้สึกอิสระ “ด้วยระดับอย่างพ่อฉัน ประมูลได้ก็แปลกแล้ว!”“แปลกจริงๆ ที่ไม่ได้ พ่อนายบอกตัวเองว่าขอแค่เขาหมายตาไว้ก็จะต้องเอามาให้ได้ไม่ใช่เหรอ?” อวิ๋นตั่วพูด“ผลสรุปยังไม่ออกมาเลย แต่ฉันได้ยินเฉินอวี้บอกว่