เฉินอวี้ถามชีซิงมองอวี่เจ๋อ แสดงความลำบากใจ อึกๆ อักๆ อยู่นาน แต่ก็ไม่ได้พูดเหตุผลอะไรออกมา“ช่างเถอะ ถามนายก็เหมือนไม่ได้ถาม” เฉินอวี้อึดอัดมาก“ฉันขอเตือนนายนะ เวลาทำงานก็ตั้งใจทำงาน ห้ามใครใช้อารมณ์” อวี่เจ๋อพูดพอถึงประตูทางเข้า รถก็ถูกยามสกัดไว้ อวี่เจ๋อแสดงบัตรผ่าน ถึงจะเข้าไปได้“เป็นครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ รู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก พวกเราจะได้จับมือกับผู้นำสูงสุดของเมืองนี้ใช่ไหม?” เฉินอวี้พูด“ผู้นำสูงสุดจะมาจับมือกับนาย” อวี่เจ๋อพูดเฉินอวี้รู้สึกตื่นเต้นเร้าใจ “โตมาจนป่านนี้แล้ว ยังไม่เคยมาสถานที่ใหญ่โตขนาดนี้เลย!”“ดูนายกำลังจะมีอนาคตอันสดใสนะ!”เฉินอวี้หันไปมองชีซิง พบว่าเขาพึมพำอยู่คนเดียวตลอดทาง“นายนี่บื้อไปแล้ว พูดอะไรอยู่คนเดียว?” เฉินอวี้พูด“ฉันต้องซ้อมหน่อย ว่าอีกสักพักเจอผู้นำแล้วจะพูดยังไง!” ชีซิงพูดเฉินอวี้หัวเราะแล้วพูดว่า “เห็นไหม มีคนตื่นเต้นกว่าฉันอีก”“ถ้าพวกนายตื่นเต้นจริงๆ ฉันส่งพวกนายกลับได้นะ ที่จริงฉันคนเดียวก็จัดการได้ ก็แค่มีปัญหาเรื่องความน้อยมากของเวลาเอง” อวี่เจ๋อพูด“ฉันไม่กลับ!” ชีซิงพูดเฉินอวี้ก็พูดเช่นกัน “ฉันก็ไม่กลับ นี่เป็นโอกาสดีที่ฉันจะได้เปิดหูเปิดตาได้ยินว่าหัวกะทิของหลายๆ บริษัทก็เจาะมาจากกูเกิ้ลนี่แหละ ฉันกำลังอยากเรียนรู้ความสามารถจากพวกเขาพอดี!”“ฉันรู้สึกเหมือนจะได้ประลองยุทธ์ที่เขาหัวซานเลย” ชีซิงพูด“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านแล้ว