กปากของอีกฝ่ายซะให้สิ้นเรื่อง แต่ตอนนี้ด้วยการแต่งตัวของเธอแล้ว ไม่สามารถทำอะไรฝ่ายนั้นได้จริงๆ ได้แต่มองอีกฝ่ายเดินโอหังกลับไปต่อหน้าต่อตา“ทำไมพี่ไม่บอกหนูว่าพวกเขาอยู่ที่นี่ด้วย!” อวิ๋นตั่วตำหนิ ยํ่าเท้าไปมาในห้องอวี่เจ๋อจับหางแมวที่อยู่ข้างหลังของอวิ๋นตั่ว ท่าทางสนอกสนใจ “หางนี่น่ารักมากเลย”อวิ๋นตั่วดึงหางตัวเองกลับมา พอดึงกลับมา หางก็หลุดออก เธอหยิบมันขึ้นมา ยังไม่หายโมโห “น่าขายหน้าชะมัด!”อวี่เจ๋อจับมืออวิ๋นตั่ว ดึงเธอเข้ามาในอ้อมกอด สองแขนโอบเอวบางไว้แน่น ให้เธอจมอยู่ในโลกใบเล็กของเขา “ถ้าเธอแอบบอกพี่ก่อน พี่จะได้เคลียร์พื้นที่ไว้ให้”อวิ๋นตั่วหน้าแดง บุ้ยปาก กระซิบเสียงเบา “โทษลั่วเสวี่ยกับฉงหรงเลยกุนซือหัวหมา*สองคนนั่นเสนอไอเดียบ้าๆ อะไรไม่รู้!”“อืม บอกมาสิว่าสองคนนั้นเสนอไอเดียอะไรมา?”“ไม่มีนี่คะ ไม่ได้เสนอไอเดียอะไรทั้งนั้น!”อวี่เจ๋อยิ้มบาง “ไม่ใช่บอกเธอว่าจะจัดการพี่ยังไงหรอกเหรอ?”อวิ๋นตั่วหน้าเห่อแดงไปยันคอ แต่ก็แสร้งทำเป็นสงบนิ่ง “ห้ามหัวเราะนะคะ มีอะไรน่าหัวเราะกัน!”“โอเคๆ ไม่หัวเราะ!” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่รอยยิ้มที่เปื้อนหน้าทำยังไงก็ไม่หายไป น่ารักชะมัด!“ยังจะหัวเราะอีก!” อวิ๋นตั่วยํ่าเท้าไปมา “ยังจะหัวเราะอีก ถ้าหัวเราะอีกหนูจะกัดพี่!”“ไม่เชื่อ เธอทำไม่ได้หรอก!”“ใครบอกว่าหนูทำไม่ได้?” อวิ๋นตั่วเงยหน้า ยื่นหน้าไปข้างหน้า ราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่าง “หนูจะกัดพี่จริงๆ