ชั้นบนสุดของตึกสำนักงานใหญ่อี้ซินกรุ๊ป คืออฟฟิศของหยูอี้ซิน เขาชอบยืนอยู่หน้ากำแพงกระจก มองลงไปยังเมืองที่อยู่ข้างล่าง รถวิ่งไปวิ่งมาเหมือนเส้นด้ายที่ถักทอ ผู้คนเดินขวักไขว่ในสายตาเขาเล็กเหมือนมด เขาชอบความรู้สึกนี้ ราวกับว่าตัวเองได้ครอบงำทั้งจักรวาลโทรศัพท์บนโต๊ะดังขึ้น เลขานุการรับสายแล้วเชิญเขาไปรับพอวางโทรศัพท์หยูอี้ซินก็อารมณ์อึมครึมขึ้นมาทันที เขาคิดไม่ตกเล็กน้อยด้วยศักยภาพและฐานะของเขาในปัจจุบัน การจะได้โปรเจ็คมาสักอย่างหนึงทำไมลำบากขนาดนี้ นานมากแล้วที่ไม่มี่เรื่องที่ทำให้เขารู้สึกว่าได้มายาก เขาไม่คุ้นกับความรู้สึกนี้ รู้สึกไม่ชอบเล็กน้อย“เรียกผู้อำนวยการสวี่เข้ามาที่ห้องทำงานผม” เขาสั่งเลขานุการผู้อำนวยการสวี่มาแล้ว แม้จะเป็นผู้อำนวยการของบริษัทแล้ว แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าหยูอี้ซินเขาก็ยังต้องระมัดระวัง พิจารณาคำพูดและสังเกตุสีหน้า“ท่านประธาน ท่านเรียกผมเหรอครับ”“เมื่อกี้ผู้ว่าเจี่ยงโทรมา บอกว่าหลิวอวี่เจ๋อเสนอว่าให้บริษัทที่เหลือส่งทีมไอทีออกมา ออกแบบโปรแกรมหนึ่งชุด หนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้เขาจะพาทีมของเขามาโจมตีโปรแกรมของบริษัทแต่ละแห่ง ใครต้านทานได้นานที่สุดก็จะได้โปรเจ็คนี้ไป”ผู้อำนวยการสวี่ประสานมือกันตกลงด้านหน้า ลำตัวโค้งไปด้านหน้าเล็กน้อยประมาณสิบห้าองศา เวลานี้เขาไม่พูดอะไรจะดีที่สุด อยู่ข้างกายหยูอี้ซินมาหลายปีขนาดนี้ เขารู้ดีว่าว่านี่คือทรราช ถ้าพูดจาไม่ถูกใจเขา เปล