ืองคำพูดไปมากมายก็ล้วนไม่มีผลดีอะไรจู่ๆ หยูอี้ซินก็ปัดแก้วบนโต๊ะตกลงพื้น “หลิวอวี่เจ๋อคนนี้มันเป็นอะไรกันแน่ เป็นแค่รองศาสตราจารย์ในมหาวิทยาลัยก็กล้ามาดูถูกผมงั้นเหรอ? ให้ผมไปเล่นเกมส์เด็กๆ แบบนี้เป็นเพื่อนเขา!”“หรือพวกเราจะประท้วงดีครับ?” ผู้อำนวยการสวี่พูด“คุณมันสมองหมู! เลขาหวังเห็นด้วยแล้ว ผมประท้วงไปจะได้ผลบ้าอะไรล่ะ! ที่เขาทำแบบนี้เห็นได้ชัดว่าทำให้พวกเราลำบากใจ ถ้าคุณประท้วงแล้วออกจากการแข่งขัน ก็สมใจเขาน่ะสิ”“ผมจะไปแจ้งแผนกไอที ให้พวกเขาเตรียวตัวให้ดี ในเมื่อมีเวลาหนึ่งสัปดาห์ ผมว่าไม่แน่พวกเราอาจได้เปรียบนะครับ” ผู้อำนวยการสวี่พูด“อ้อ คุณว่ามาสิ มีอะไรที่ได้เปรียบ?”“พวกเขาบอกว่าให้เขียนโปรแกรมเสร็จหนึ่งชุดในเวลาหนึ่งสัปดาห์ แต่ไม่ได้บอกนี่ครับว่าห้ามขอความช่วยเหลือจากภายนอก หนึ่งสัปดาห์นี้ ถ้าจ่ายเงินหนักๆ หาผู้เชี่ยวชาญด้านนี้มา ขอแค่พวกเราชนะสามบริษัทนั่นได้ก็พอแล้ว ไม่ใช่เหรอครับ?” ผู้อำนวยการสวี่พูดหยูอี้ซินเผยรอยยิ้มชั่วร้ายที่มุมปาก “ใช่ งั้นเอาแบบนี้ ผมไม่เชื่อหรอกว่าบริษัทอื่นอีกสามบริษัทจะมีแต่ยอดฝีมือด้านคอมพิวเตอร์”“ถ้าอย่างนั้น ผมจะไปจัดการครับ”หยูอี้ซินโบกมือแล้วพูดว่า “ไปเถอะ!”ผู้อำนวยการสวี่เพิ่งจะเดินไปตรงประตู จู่ๆ หยูอี้ซินก็เรียกเขา“เดี๋ยวก่อน”ผู้อำนวยการสวี่หยุดเดิน รอฟังคำของหยูอี้ซิน“ที่ผมบอกให้คุณไปหาข้อมูลหลิวอวี่เจ๋อมา เป็นยังไงบ้าง?” หยูอี้ซินพูด“