” ฉงหรงพูด“พรุ่งนี้ฉันจะไปบอกเขา” อวิ๋นตั่วพูดลั่วเสวี่ยจึงโวยวาย “พวกเธอสองคนไม่นอนแล้วเหรอไง?”“ฉันต้องท่องต้นฉบับ พรุ่งนี้มีแข่ง” อวิ๋นตั่วพูด“พรุ่งนี้แข่งกี่โมง ฉันจะไปเชียร์เธอ” ฉงหรงพูด“บ่ายสามโมง”“หลิวอวี่เจ๋อจะไปหรือเปล่า?” ลั่วเสวี่ยถามฉงหรงพูดแกมหยอกล้อ “ยังจะคิดเรื่องนี้อีก เขามีแฟนแล้วนะ”ลั่วเสวี่ยจึงบอกว่า “จีบเล่นไม่ได้ แต่มองไกลๆ ก็ได้นี่?ใช่ไหมอวิ๋นตั่ว?”“ใช่” อวิ๋นตั่วทำท่าทางจนใจ “ตาก็อยู่บนหน้าพวกเธอ ฉันคงไปจิ้มตาพวกเธอบอดไม่ได้หรอก!”ลั่วเสวี่ยตกใจจนเหงื่อออก “โหดเกินไปแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันไม่ไปก็ได้ตั้งใจทบทวนบทเรียน เตรียมตัวสอบอยู่ที่บ้านดีกว่า”ทว่าความจริงแล้ว คำพูดของลั่วเสวี่ยนั้นไม่นับว่าเป็นคำพูด วันต่อมาก็ยังเป็นเธอที่ถือป้ายชื่ออวิ๋นตั่วมาพร้อมกับฉงหรง ทำหน้าที่เป็นกองเชียร์อวิ๋นตั่วโดนสวีเหล่ยหัวเราะเยาะ “เป็นดาราตั้งแต่เมื่อไรเนี่ย มีแฟนคลับแล้วเหรอ?”“อิจฉาสินะ?” อวิ๋นตั่วไม่ยอมอ่อนข้อให้“ฉันกลัวว่าถ้าเธอแข่งแพ้ แฟนคลับสองคนที่หลอกมาอย่างยากลำบากจะหนีเธอไปก่อนน่ะสิ”“ขอร้องล่ะ นายอย่าดูถูกคู่แข่งเกินไปเลย แบบนี้จะไม่ดีกับนายนะ”“วางใจเถอะ ต่อหน้าอาจารย์หลิว ฉันจะออมมือให้เธอ”“ไม่ต้องหรอก ถ้านายออมมือให้ ฉันคงชนะอย่างน่าอับอาย!”“พอแล้ว ทั้งสองคนไม่ต้องเถียงกันแล้ว ค่อยขึ้นไปเถียงกันบนเวที” ครูฝึกตำหนิเบาๆเมื่ออวิ๋นตั่วกับสวีเหล่ยขึ้นเวที ก็พบว่าด้านล่างเวท